เมษายน 12, 2018

การฝึกปฏิบัติแสดงให้เห็นว่านักเทรดและนักลงทุนที่เทรดเฉพาะในตลาดแลกเปลี่ยนเงินคริปโตเท่านั้นมักจะไม่ค่อยเข้าใจว่าอัตราค่าเลเวอเรจคืออะไรและมีประโยชน์และความเสี่ยงอะไรบ้าง โดยทั่วไปแล้ว ค่าเลเวอเรจเป็นเครื่องมือที่ช่วยทวีคูณเพิ่มโอกาสให้กับนักเทรด

เราขออธิบายสำหรับผู้ที่อาจยังไม่เคยรู้จักค่าเลเวอเรจมาก่อน ค่าเลเวอเรจเครดิตนั้นคือจำนวนเงินเครดิตที่โบรกเกอร์ให้บริการสำหรับนักเทรดในการทำการซื้อขายบนตลาดโดยอัตโนมัติและไม่มีหลักประกันใดๆ ดังนั้น หากอัตราค่าเลเวอเรจสูงสุดคือ 1:1000 โดยที่นักเทรดมีเงินจำนวน 100$ ในบัญชี นักเทรดจะสามารถทำการซื้อ/ขายเงินตราต่างประเทศหรือสินทรัพย์การเงินประเภทอื่นๆ ที่มีมูลค่ามากกว่าเงินทุนของนักเทรดได้ถึง 1,000 เท่า คือเทรดได้เท่ากับ $100,000

ในกรณีที่โชคเข้าข้าง กำไรของนักเทรดจะเติบโตตามอัตราส่วนค่าเลเวอเรจ แต่ผลขาดทุนก็จะเพิ่มขึ้นในกรณีที่การซื้อขายล้มเหลวเช่นกัน สิ่งนี้เองที่ทำให้นักเทรดแบ่งความเห็นออกเป็นสองกลุ่ม ในความเห็นของนักเทรดกลุ่มแรกมองว่าค่าเลเวอเรจที่สูงจะนำไปสู่การขาดทุนเงินฝากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และในความเห็นของกลุ่มหลังมองว่าค่าเลเวอเรจเป็นเครื่องมือที่ดีเยี่ยมในการเทรด ซึ่งให้โอกาสในการเพิ่มทวีคูณผลกำไรได้หลายเท่าและยังช่วยลดความเสี่ยงในการเทรดได้เป็นอย่างมากอีกด้วย กล่าวคือ ค่าเลเวอเรจเป็นเครื่องมือที่มีลักษณะคล้ายกันกับเครื่องมือในชีวิตประจำวัน เปรียบได้กับค้อน ผู้ที่รู้จักการใช้งานอย่างถูกต้องก็สามารถสร้างบ้านได้ทั้งหลัง และผู้ที่ไม่รู้จักวิธีการใช้งานอย่างถูกต้องก็ย่อมประสบอุบัติเหตพลั้งมือได้อย่างรวดเร็ว

อีกหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนกว่าก็คือ สมมติว่ารถยนต์ของคุณมีกำลังเครื่องยนต์สามารถขับเคลื่อนได้ที่ความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าทุกครั้งที่คุณออกจากบ้าน คุณจะสามารถเหยียบคันเร่งได้จนถึงขีดจำกัดอยู่เสมอ โดยทั่วไปคุณจะใช้สมรรถภาพของรถยนต์สักหนึ่งในสี่หรือหนึ่งในสามเท่านั้น และเมื่อถึงสถานการณ์ที่จำเป็นหรือกระทำได้ คุณถึงจะเริ่มเร่งความเร็วต่อไปได้

นักเทรดควรเข้าใจอย่างชัดเจนว่าขนาดของค่าเลเวอเรจไม่ส่งผลต่อระดับความเสี่ยงแต่อย่างใด! ความเสี่ยงนั้นถูกบริหารจัดการโดยนักเทรดเองในขณะที่เปิดตำแหน่งและจำนวนที่เปิดตำแหน่ง!

 

คู่มือในการบริหารจัดการเงินมักเขียนไว้บ่อยครั้งว่านักเทรดมืออาชีพไม่เคยเสี่ยงเงินจำนวนที่เกิน 5% ของเงินฝาก แต่ถึงอย่างไรหลักการนี้ก็ยังมีข้อโต้แย้งอยู่และทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ที่นักเทรดแต่ละคนใช้งาน แต่สิ่งที่ไม่ต้องสงสัยเลยก็คือไม่มีนักเทรดสติดีคนไหนที่จะใช้เงินทุนทั้งหมด 100% ในการซื้อขายครั้งเดียว เพราะนี่เป็นวิธีที่รับประกันได้เลยว่านักเทรดจะต้องสูญเสียเงินทั้งหมดไปอย่างรวดเร็ว

และนี่คือตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม (ในการใช้งานจริง สิ่งสำคัญคือการพิจารณาค่าคอมมิชชั่นของโบรกเกอร์และค่าสว๊อปในการคำนวณ)

สมมติว่าคุณได้ฝากเงินเป็นจำนวน $100 และตามที่หนังสือเรื่องการบริหารจัดการเงินแนะนำไว้ คุณตัดสินใจที่จะเปิดการซื้อขายกับคู่ BTC/USD เป็นจำนวนเงิน 5% ของเงินทุนของคุณ ซึ่งก็คือ $5 หากคุณไม่ใช้งานค่าเลเวอเรจ ในกรณีที่ราคาบิทคอยน์อยู่ที่ $10,000 คุณจะสามารถซื้อบิทคอยน์ได้เป็นจำนวน 0.0005 ด้วยเงินจำนวนห้าเหรียญ และหากบิทคอยน์เพิ่มมูลค่า 10% ในหนึ่งวัน โดยราคาบิทคอยน์เพิ่มขึ้นมา $1000 กำไรของคุณคิดจากเงินต้นจะอยู่ที่ 50 เซนต์เท่านั้น โดยทั่วไปก็ไม่ถือว่าแย่แต่การใช้งานค่าเลเวอเรจที่ 1:1000 ด้วยเงินจำนวนเดียวกันที่ $5 คุณจะสามารถซื้อบิทคอยน์ไม่ใช่ที่ 0.0005 เหรียญ แต่เป็น 0.5 เหรียญ และกำไรของคุณก็จะเท่ากับ $500

คุณย่อมเห็นด้วยว่านี่ไม่ใช่แค่ดีเท่านั้น แต่ผลกำไรนี้ถือว่าดีเยี่ยม จากการเสี่ยงเงินจำนวนแค่ $5 คุณก็ทำเงินได้เป็นจำนวน $500! แต่สิ่งนี้จะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อราคาเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่คุณคาดการณ์ไว้ และถ้าหากว่าราคาเริ่มขยับลงแทนที่จะสูงขึ้นจะเกิดอะไรขึ้น?

 

ในกรณีนี้ก็จะเป็นความเห็นของผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับค่าเลเวอเรจอัตราสูง จริงอยู่ที่ถ้าหากคุณเทรดโดยไม่ใช้ค่าเลเวอเรจ ราคาบิทคอยน์จะต้องตกลงมาจาก $10,000 ต่อเหรียญจนเหลือศูนย์ คุณถึงจะขาดทุนเงินจำนวน $5 ในขณะที่หากคุณใช้งานอัตราค่าเลเวอเรจที่ 1:1000 ราคาบิทคอยน์ต้องขยับถอยลงมาเพียง 10$ เท่านั้นซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ

แต่! ตรงนี้เองที่คุณจำเป็นต้องปรับใช้ความรู้เทคนิคและกลยุทธ์ต่างๆ ในการเทรดในตลาดการเงิน ในขณะที่คุณเทรดกับโบรกเกอร์เช่น NordFX คุณสามารถบรรเทาความเสี่ยงได้ เช่น โดยการเปิดตำแหน่งขายบิทคอยน์ในขณะที่ก็เปิดตำแหน่งซื้อบิทคอยน์ในเวลาเดียวกัน แน่นอนว่าคุณจะต้องเสียเงินค่าสเปรดและค่าคอมมิชชั่นบ้างเล็กน้อย แต่การเทรดคู่ขนานกับการซื้อขายที่ขาดทุนอีกทางหนึ่ง ดีลที่ทำกำไรจะเติบโตขึ้น และคุณก็จะมีเวลาในการคาดการณ์การวกกลับของเทรนด์ได้อย่างทันเวลาและหาจุดเปิดและปิดตำแหน่งที่เหมาะสม ทั้งนี้ แพล็ตฟอร์ม MetaTrader4 ให้บริการดัชนีและเครื่องมือการวิเคราะห์ทางเทคนิคต่างๆ มากมายที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าได้ผล

นอกจากนี้ ในขณะที่คุณมีปริมาณเงินทุนจำนวนมาก ค่าเลเวอเรจจะช่วยให้คุณสามารถจัดสรรความเสี่ยงได้ในหลายวิธีด้วยกัน ได้แก่ การเปิดตำแหน่งซื้อขายคู่ขนานในการซื้อขายสินทรัพย์ต่างๆ เงินคริปโตเคอเรนซี คู่สกุลเงินทั่วไป โลหะมีค่า การคัดลอกการซื้อขายจากนักเทรดที่มีประสบการณ์ หรือ การเทรดด้วยโปรแกรมช่วยเหลือ

 

ถึงตรงนี้เราก็จะมาสรุปเนื้อหาข้างต้นกันอีกรอบ ข้อดีหลักของค่าเลเวอเรจก็คือค่าเลเวอเรจให้อิสระกับนักเทรดในการซื้อขายในตลาด ดังนี้:

ยิ่งอัตราค่าเลเวอเรจมากเท่าใด คุณยิ่งมีเงินทุนสำหรับเทรดฟรีมากขึ้นเท่านั้น!

โดยที่

  1. ค่าเลเวอเรจจะลดความเสี่ยงได้เป็นอย่างมาก แม้ว่าเงินฝากของนักเทรดจะมีไม่มาก คุณก็สามารถเพิ่มสินทรัพย์การซื้อขายหลายประเภทเพิ่มลงในพอร์ตการลงทุนของคุณ และในขณะที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งอาจขาดทุนจนหมด การซื้อขายอื่นๆ ก็อาจทำกำไร
  2. ช่วยให้คุณเพิ่มโอกาสการทำกำไรและจัดสรรความเสี่ยงโดยการใช้งานกลยุทธ์การเทรดแบบต่างๆ
  3. เพิ่มโอกาสในการออกจากตำแหน่งขาดทุนได้อย่างสำเร็จโดยช่วยปรับปริมาณการซื้อขายและสามารถเพิ่มตำแหน่งซื้อขายเมื่อราคาขยับในทิศทางที่ตรงกันข้าม

 

เราขอย้ำอีกครั้งเกี่ยวกับข้อเท็จจริง 3 ประการที่ไม่ต้องมีข้อสงสัย:

  1. ขนาดอัตราส่วนค่าเลเวอเรจไม่ส่งผลต่อระดับความเสี่ยง!
  2. นักเทรดบริหารจัดการความเสี่ยงเมื่อเขาหรือเธอเปิดตำแหน่งใดๆ หรือด้วยปริมาณใดๆ
  3. อัตราค่าเลเวอเรจเป็นเพียงเครื่องมือ และทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความรู้และทักษะของนักเทรดเท่านั้นว่าจะใช้งานอย่างเป็นประโยชน์หรือเป็นโทษต่อนักเทรด  

 


« ช่วยเหลือผู้ซื้อขาย
โปรโมชั่นและโบนัส
ข้อเสนอพิเศษและเงื่อนไขสำหรับกำไรจากการเทรดดิ้ง เรียนรู้เพิ่มเติม
ติดตามเรา (ในโชเซียลเน็ตเวิร์ค)