เมษายน 6, 2019

อันดับแรกเป็นการรีวิวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา:

  • EUR/USD นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ (75%) ซึ่งสนับสนุนโดยดัชนีเทรนด์จำนวน 100% และออสซิลเลเตอร์จำนวน 90% กล่าวไว้ในสัปดาห์ที่แล้วว่าหากราคาคู่นี้สามารถทะลุระดับแนวรับที่ 1.1200 ราคาจะสามารถขยับลดลงต่อไปได้ โดยมีเป้าหมายที่ใกล้ที่สุดคือราคาต่ำสุดของปี 2018-19 บันทึกไว้ ณ วันที่ 7 มีนาคม ที่ 1.1175 ในขณะเดียวกัน การวิเคราะห์กราฟในกรอบ D1 บ่งชี้ว่าราคาจะไม่สามารถทะลุระดับแนวรับดังกล่าวได้สำเร็จและจะกลับมาสู่ระดับ 1.1340 ในที่สุด
    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงมีดังนี้ ข้อเท็จจริงก็คือสัญญาณจากออสซิลเลเตอร์ปรากฏออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยราคาต่ำสุดของสัปดาห์ปักหลักอยู่ที่ 1.1183 และสูงสุดที่ 1.1254 เป็นผลให้กราฟมีลักษณะเป็นเทรนด์ด้านข้างแบบคลาสสิค แม้แต่นักเทรดเองก็เพิกเฉยต่อการประกาศดัชนีจากตลาดแรงงานสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ทำให้ราคาปิดตลาดสัปดาห์ทำการที่ 1.1215
  • GBP/USD การเคลื่อนที่ของคู่นี้ยังคงขึ้นอยู่กับข่าวสารความคืบหน้าของปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองที่เรียกว่าเบร็กซิต (Brexit) ข่าวจาก “สนามประลอง” ในรัฐสภาสหราชอาณาจักรได้ผลักค่าเงินปอนด์ให้สูงขึ้นในช่วงต้น เนื่องจากนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ได้ให้สัญญาว่าจะบรรลุข้อเจรจากับผู้นำฝ่ายค้านได้อย่างสำเร็จ นักลงทุนจึงเริ่มกว้านซื้อค่าเงินปอนด์ และก็เป็นไปตามที่ทำนายไว้โดยการวิเคราะห์กราฟ ราคาได้ขยับถึงช่วงกลางของช่องด้านข้างในรอบห้าสัปดาห์อย่างรวดเร็วที่ 1.2960 - 1.3350 มาที่ระดับ 1.3150
    แต่การเจรจารอบแรกก็เสร็จสิ้นลงอย่างล้มเหลว และธุรกรรมที่เคยกว้านซื้อก็เริ่มจะปิดตำแหน่งกับค่าเงินปอนด์ ในขณะเดียวกัน สถานการณ์ที่เป็นลบก็ได้รับผลจากปัจจัยเสริมจากข่าวสารของรัฐสภายุโรปที่ติดตามดูท่าทีของอังกฤษอย่างใกล้ชัด ส่งผลให้เทรนด์สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนคู่นี้มีการเปลี่ยนแปลงทุกๆ สองวันและมีความผันผวนอยู่เป็นระยะ โดยราคากลับมา ณ ตำแหน่งเดิมระดับเดียวกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่ประมาณ 1.3035
  • USD/JPY ในช่วงต้นสัปดาห์ที่แล้ว ราคาได้ขยับอยู่ในช่วงตรงกลางของช่อง 109.70 - 112.15 และคำถามหลักที่มีขณะนั้นก็คือว่าราคาจะขยับขึ้นหรือลง แม้ว่ามีผู้เชี่ยวชาญเพียง 35% โหวตให้กับแนวโน้มขาขึ้น แถลงการณ์ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับความสำเร็จของการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน รวมถึงอัตราการเติบโตของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็ได้ส่งผลให้ราคาคู่นี้ขยับสูงขึ้น และแตะถึงระดับ 111.80 เมื่อวันศุกร์ที่ 5 เมษายน จนกระทั่งราคาถูกดึงกลับเล็กน้อยเป็นผลให้กลับมาปิดตลาดห้าวันทำการที่ระดับต่ำลงมาอีก 10 จุด
  • คริปโตเคอเรนซี บทวิเคราะห์ของเราในสัปดาห์ที่แล้วระบุว่าราคาบิทคอยน์จะสามารถทะลุระดับแนวต้านที่ $4,200 ได้สำเร็จและจะสามารถตั้งหลักในช่วง $4,200-4,280 แต่เมื่อวันอังคารที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ค่าเงินคริปโตพุ่งขึ้นอย่างไม่คาดคิดและทะยานขึ้นมากว่า 14.4% จนทะลุระดับ $5,000 การเคลื่อนที่ดังกล่าวเป็นการดีดตัวของราคาครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ราคาได้ทรุดตัวลงในช่วงปลายปี 2018 
    นักเทรดต่างเกิดความสงสัยว่าอะไรคือสาเหตุที่อยู่เบื้องหลังของราคาที่ดีดตัวสูงขึ้นในครั้งนี้ และมีสมมติฐานหลายรูปแบบด้วยกัน ตามความเห็นของนาย Oliver von Landsberg-Sadie ประธานกลุ่ม BCG Group ในบทสัมภาษณ์กับรอยเตอร์ดูมีความเป็นไปได้มากที่สุด เขากล่าวว่าราคาบิทคอยน์ดีดตัวขึ้นเนื่องด้วยนักลงทุนรายหนึ่งได้ทำการกระจายธุรกรรมเพื่อซื้อ BTC เป็นเงินกว่า $100 ล้านดอลลาร์ในตลาดแลกเปลี่ยนขนาดใหญ่สามแห่ง ได้แก่ Coinbase, Kraken และ Bitstamp ปริมาณของธุรกรรมทั้งหมดคิดเป็นเงินกว่า 20,000 BTC และมูลค่ารวมของตลาดเงินคริปโตก็ได้เพิ่มสูงขึ้นถึง $170 พันล้านดอลลาร์

 

สำหรับบทวิเคราะห์ของสัปดาห์นี้ เราได้สรุปความเห็นของบรรดานักวิเคราะห์มากมาย รวมถึงคำคาดการณ์ที่วิเคราะห์จากพื้นฐานทางเทคนิคและสถิติกราฟต่างๆ โดยเราสามารถสรุปผลวิเคราะห์ได้ดังต่อไปนี้:

  • EUR/USD ในวันพุธที่ 10 เมษายน เราจะจับตามองผลการตัดสินใจในอัตราดอกเบี้ยครั้งถัดไปของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวจะคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ เป็นที่ทราบกันว่าธนาคารกลางยุโรปกำลังหารือเกี่ยวกับทางเลือกมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างแข็งกร้าว ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการปรับลดอัตราดอกเบี้ยหรือการเพิ่มมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ข่าวดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนมีความสนใจในหุ้นบริษัทยุโรปเพิ่มขึ้น และมีความสนใจในค่าเงินยูโรลดลง นอกจากนี้ ในวันพุธจะมีการประกาศรายงานการประชุมคณะกรรมการธนาคารเฟ็ดสหรัฐฯ ซึ่งจะช่วยให้เห็นภาพนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในอนาคตได้ชัดเจนขึ้น 
    สำหรับอนาคตอันใกล้ แน่นอนว่าปัจจัยที่มีผลสำคัญและสร้างแรงกดดันต่อเงินยูโรมากที่สุดคือความยุ่งเหยิงในเหตุการณ์เบร็กซิต ซึ่งบางทีอาจจะเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้เชี่ยวชาญจำนวน 60% ซึ่งสนับสนุนโดยดัชนีจำนวน 100% และออสซิลเลเตอร์จำนวน 80% ในกรอบ D1 ได้โหวตให้กับแนวโน้มขาลงอย่างต่อเนื่องของคู่นี้ โดยมีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ระดับต่ำสุดของวันที่ 7 มีนาคม 2019 ที่ 1.1175 และระดับแนวรับถัดไปที่ราคาของฤดูร้อนปี 2017 ซึ่งอยู่ต่ำลงมาอีก 60 จุด
    ในขณะที่นักวิเคราะห์จำนวน 40% เข้าข้างตลาดกระทิง นอกจากนี้ยังมีสัญญาณ 20% จากออสซิลเลเตอร์ในกรอบ D1 ที่บ่งชี้แล้วว่าราคาอยู่ในภาวะถูกขายมากเกินไป พวกเขามองว่าหากราคาสามารถตัดทะลุแนวรับที่โซน 1.1200 ได้สำเร็จ ราคาจะขยับขึ้นไปที่แนวต้านที่ 1.12155 และหากตัดผ่านระดับดังกล่าว ราคาจะเคลื่อนที่ไปที่ระดับ 1.1300 และมีแนวต้านถัดไปอยู่ที่ 1.1345
  • GBP/USD สิ่งที่น่าสนใจก็คือ หากผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เชื่อว่าเหตุการณ์เบร็กซิตจะยังคงส่งผลกระทบในทางลบต่อค่าเงินยูโร ความเห็นต่อค่าเงินปอนด์กลับเป็นไปในทางตรงกันข้าม โดยนักวิเคราะห์จำนวน 65% คาดการณ์ว่าเงินปอนด์จะแข็งค่าขึ้นในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ คำทำนายของพวกเขาคาดหมายว่าการประชุมครั้งสำคัญของคณะมนตรียุโรปในวันที่ 10 เมษายนจะมีส่วนช่วยสนับสนุนการขยายกรอบเวลาให้กับเบร็กซิตให้ยาวนานขึ้น และการถอนตัวของสหราชอาณาจักรออกจากอียูโดยไร้ข้อตกลงจะไม่เกิดขึ้นในวันที่ 12 เมษายนนี้ ในส่วนการวิเคราะห์กราฟบน D1 ก็เป็นไปในทางเดียวกับคำทำนายดังกล่าว โดยระบุว่าราคาจะเติบโตขึ้นในตอนต้นไปที่โซน 1.3120 และจากนั้นจะไปที่แนวต้านที่ 1.3200 และ 1.3265
    นักวิเคราะห์อีก 35% เช่นเดียวกับดัชนีจำนวน 90% คาดหมายว่าราคาจะถอยลดลง ในขณะเดียวกัน มีสัญญาณจากออสซิลเลเตอร์ปรากฏแล้ว 10% ว่าราคาถูกขายมากเกินไป ซึ่งทำให้นักลงทุนเกิดข้อกังขาเกี่ยวกับอนาคตของอัตราแลกเปลี่ยนคู่นี้ โดยมีระดับแนวรับอยู่ที่ 1.2975, 1.2900 และ 1.2830
  • USD/JPY ในช่วงสองสัปดาห์ที่ปผ่านมา ราคาได้ขยับจากจุดต่ำสุดของช่องระยะกลางที่ 109.70-112.15 ถึงเกือบกรอบด้านบน โดยปิดตลาดท้ายสัปดาห์ที่ 111.70 และผู้เชี่ยวชาญกว่า 85% ต่างมั่นใจว่าราคาจะสามารถทดสอบระดับแนวต้าน 112.15 ได้ในที่สุด แต่มีเพียงผู้เชี่ยวชาญ 35% เท่านั้นที่เชื่อว่าราคาจะสามารถขยับได้สูงขึ้นกว่าระดับดังกล่าวและแตะถึงระดับ 113.00 ได้สำเร็จ ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงที่ราคาจะไม่สามารถฝ่าเหนือกรอบด้านบนของช่วงดังกล่าวได้สำเร็จ ในส่วนสัญญาณ 25% จากออสซิลเลเตอร์ในกรอบ D1 บ่งชี้แล้วว่าราคาอยู่ในโซนถูกซื้อมากเกินไปและเห็นด้วยกับคำทำนายนี้ โดยมีแนวรับพื้นฐานที่จุดวกกลับของช่วงที่ 110.80

  • คริปโตเคอเรนซี ราคาที่ดีดตัวอย่างเหนือความคาดหมายของของบิทคอยน์เป็นแรงกระตุ้นให้เกิดความตื่นเต้นและข่าวลือต่างๆ มากมาย ดังนั้น นาย Satoshi Nakamoto ผู้ก่อสร้างบิทคอยน์นิรนามก็ได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เขาได้กลับมามีความเคลื่อนไหวในบัญชี Bitcointalk ที่เคยนิ่งเฉยมากว่าหลายปี ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ตัวตนของนายซาโตชิยังคงไม่เป็นที่เปิดเผย แม้ว่าจะมีสมมติฐานมากมายว่าใครคือตัวการผู้อยู่เบื้องหลังบิทคอยน์นี้ ดังเช่นที่กลุ่มแฮ็คเกอร์ที่โจรกรรมตลาดเงินคริปโตขนาดใหญ่หลายแห่งเชื่อว่าเขาคือผู้ประกอบการ ผู้คิดค้น และวิศวกรชาวอเมริกัน ซึ่งก็คือนายอีลอน มัสก์ พวกเขาเชื่อว่าธุรกรรมครั้งใหญ่ที่สุดกับคริปโตเคอเรนซี (และอาจเป็นครั้งสุดท้ายสำหรับ $100 ล้านดอลลาร์) มาจากบริเวณแถบ Bel Air ในลอสแองเจลิส ซึ่งเป็นที่ตั้งของตำนานยักษ์ใหญ่อย่าง SpaceX และ Tesla มาเป็นเวลาหลายปี
    สำหรับคำทำนาย มีนักวิเคราะห์จำนวน 70% เชื่อว่าราคา BTC/USD จะผันผวนโดยหลักในช่วง $5,000-5,500 ในสัปดาห์ที่จะมาถึงนี้ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์อีก 30% ที่เหลือมั่นใจว่าการซื้อบิทคอยน์เพียงหนึ่งครั้งจากนักลงทุนเพียงรายเดียว แม้จะมีมูลค่ามากถึง $100 ล้านดอลลาร์ ก็ไม่ใช่สาเหตุที่มีน้ำหนักพอที่จะกระตุ้นสร้างเทรนด์ตลาดกระทิงที่มั่นคงได้ ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงที่ราคาจะตกลงมาต่ำกว่าระดับ $4,800 ซึ่งในกรณีนี้ระดับแนวต้านหลักจะอยู่ที่ระดับ $5,100

 

โรมัน บุทโก, NordFX

 

หมายเหตุ: เนื้อหาดังกล่าวไม่ควรยึดถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือเป็นคำปรึกษาในการซื้อขายในตลาดการเงิน โดยเนื้อหาข้างต้นเป็นไปเพียงเพื่อจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น การซื้อขายในตลาดการเงินมีความเสี่ยงและอาจทำให้เกิดการสูญเสียเงินฝากได้


« การวิเคราห์ตลาดและข่าว
รับการฝึก
มือใหม่ในตลาดใช่ไหม?ใช้ส่วน เริ่มฝึกฝน เริ่มฝึกฝน
ติดตามเรา (ในโชเซียลเน็ตเวิร์ค)