พฤษภาคม 22, 2017

ความมั่นใจในสหรัฐฯ ลดต่ำลง: EUR/USD = 1.16 ตลาดสหรัฐฯ ซบเซาลง 10%


แต่อันดับแรก เราต้องทบทวนบทวิเคราะห์ของสัปดาห์ที่แล้วพอสังเขป

ผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นผู้ให้คำทำนาย ในขณะที่นักการเมืองมีอิทธิพลต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเราก็เห็นได้ชัดยิ่ง โดยไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ปรากฏข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งได้สั่งปลดผู้อำนวยการเอฟบีไอ นายเจมส์ โคมี่ ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการให้ข้อมูลลับกับนักการทูตรัสเซีย รวมถึงข่าวลือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการปลดทรัมป์ออกจากเก้าอี้ประธานาธิบดี

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ  อ่อนค่าลงและตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ซบเซาลง โดย Bloomberg ประเมินว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น นักธุรกิจ ที่ร่ำรวยที่สุดในโลกจำนวน 500 คนนั้นต้องสูญเสียเงินจากภาวะตลาดซบเซาไปกว่า 35 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ 

  • ผู้ที่เก็งกำไรไว้กับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคาดว่าราคา EUR/USD จะมีค่าน้อยลงก็ต้องสูญเสียกำไร ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม สกุลเงินดังกล่าวขึ้นไปกว่า 375 จุด โดยขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการโต้กลับ จนกระทั่งถึงวันที่ 18 พฤษภาคม ราคายังคงไม่มีทีท่าจะลดลงและขึ้นไปอีกถึง 135 จุด จนปิดตัวลงในท้ายสัปดาห์ที่ราคา 1.1207
  • สำหรับค่าเงิน GBP/USD คู่เงินสกุลนี้ค่อนข้างคงที่เมื่อเทียบกับค่าเงินยูโร โดยราคาปรับตัวสูงขึ้นเพียงแค่ 160 จุด ซึ่งเป็นราคากลาง ๆ สำหรับสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ 30% ของผู้เชี่ยวชาญและดัชนีเทรนด์ราคาได้ทำนายว่าราคาจะปรับตัวสูงขึ้นและคาดว่าจะสูงขึ้นเลยราคาที่ระดับ 1.3000 ผลปรากฏว่าเป็นไปตามบทวิเคราะห์ดังกล่าว โดยราคาปิดตัวในท้ายสัปดาห์
    ที่ 1.3035
  • ในขณะที่เกาะอังกฤษได้เผชิญกับคลื่นสึนามิที่มาจากทางฝั่งสหรัฐฯ ในส่วนทางฝั่งตะวันออก ญี่ปุ่นก็ได้เผชิญกับคลื่นสึนามึที่ขนาดใหญ่กว่าส่งผลให้ค่าเงิน USD/JPY ลดลงประมาณ 360 จุด แม้ว่าในช่วงท้ายสัปดาห์มีสัญญาณการฟื้นตัวของราคาที่ประมาณ 100 จุด แต่ราคาก็ยังคงกลับไปสู่ระดับเดียวกันกับในช่วงมีนาคมและในช่วงต้นเดือนเมษายนของปีนี้
  • เป็นที่ทราบดีว่าค่าเงิน USD/CHF เป็นตัวชี้วัดความผันผวนของราคา EUR/USD ซึ่งในกรณีนี้ก็เช่นเดียวกัน โดย
    ที่แตกต่างจากค่าเงินยูโร คือเงินฟรังก์สวิสนั้นไม่ปรากฏว่ามีการถอยกลับและราคาปรับตัวสูงขึ้นตลอดทั้งสัปดาห์ โดยแข็งค่าต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ประมาณ 285 จุด  


บทวิเคราะห์สำหรับสัปดาห์นี้:

ในสัปดาห์นี้ มีโอกาสเป็นไปได้สูงว่าการเคลื่อนไหวของค่าเงินหลัก ๆ นั้นจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์ทางเทคนิคเท่านั้น แต่จะขึ้นอยู่กับผลกระทบจากเหตุการณ์การเมืองและเศรษฐกิจโลกเป็นหลัก ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมครั้งนี้เราให้คำวิเคราะห์โดยไม่ใช้ดัชนีหรือกราฟ แต่ใช้การวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญจากธนาคารและบริษัทโบรกเกอร์ชั้นนำเป็นหลัก 

  • ดัชนีแนวโน้มราคาแสดงให้เห็นชัดเจน 100% ว่าราคา EUR/USD นั้นจะปรับตัวสูงขึ้น และในขณะเดียวกัน หนึ่งในสามของเครื่องมือออสซิลเลเตอร์ในกรอบเวลา H4 และ D1 แสดงให้สัญญาณการถูกซื้อที่มากเกินไป (overbought) มีนักวิเคราะห์ประมาณ 70% เห็นด้วยกับคำคาดการณ์ที่มองว่าราคาจะถอยลงมาอย่างน้อยที่ระดับ 1.1080 ในส่วนการคาดการณ์ในระยะกลาง 80% ของนักวิเคราะห์คาดว่าคู่สกุลเงินดังกล่าวจะลดตัวลงมาอยู่ที่ช่วงระดับราคา 1.0600-1.0670  
    อย่างไรก็ตาม ยังมีความเห็นอีกด้าน เช่น ผู้เชี่ยวชาญจากธนาคาร Credit Agricole ของฝรั่งเศสเห็นว่าค่าเงินยูโรนั้นต่ำกว่าที่ควรเป็น และเป็นไปได้สูงว่าจะค่าเงิน EUR/USD จะปรับตัวสูงขึ้นที่ 1.15-.16
    บทวิเคราะห์ดังกล่าวได้รับการสนับสนุนโดยผู้เชี่ยวชาญจากสมาคม Bridgewater ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุนเฮดจ์ฟันที่ใหญ่ที่สุดในโลก พวกเขาแนะนำว่าหากประธานาธิบดีทรัมป์ถูกปลดออกจากตำแหน่งซึ่งโอกาสเป็นไปได้ตอนนี้อยู่ที่ 50% หุ้นบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ อาจปรับตัวลดลงมากกว่า 10%
  • สำหรับอนาคตของ GBP/USD บทวิเคราะห์มีดังนี้ ประมาณ 25% ของผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าคู่เงินสกุลนี้จะปรับตัวสูงขึ้นเหนือระดับ 1.3170 ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่กว่า 75% เห็นว่าค่าเงินดังกล่าวจะกลับไปที่ช่วงราคา 1.2365-1.2570
  • สำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มราคา USD/JPY ในสัปดาห์หน้านี้ 80% ของผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์กราฟ H4 เห็นว่าค่าเงินจะถอยมาที่แนวรับในโซน 110.00 และอาจปรับตัวอยู่ในช่วงราคา 110.00-111.60 อย่างไรก็ตาม หากท่านพิจารณาราคาในกรอบสองหรือสามเดือน จะเห็นว่ากราฟอยู่ในทิศทางตรงกันข้าม สำหรับในช่วงเวลานี้ นักวิเคราะห์กว่า 65% มองว่าราคาจะกลับไปสู่ช่วงขาขึ้นและจะเร่งขึ้นสู่ที่ระดับราคา 115.50        
  • คู่สกุลเงินสุดท้ายสำหรับการวิเคราะห์ของเราในวันนี้คือ USD/CHF ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญค่อนข้างจะแตกแยกดังนี้ 60% มองว่าราคาของค่าเงินดังกล่าวจะลดลงอย่างต่อเนื่องจนถึงที่ระดับ 0.9650 และอีก 40% เชื่อว่าค่าเงินดังกล่าวนั้นอยู่ในช่วงล่างของกรอบในระยะกลางที่เริ่มนับตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2560 โดยสามารถสังเกตเห็นได้ชัดในกราฟที่ระยะเวลา D1 และ W1 ด้วยเหตุนี้จึงนักวิเคราะห์ที่เหลือจึงคาดว่าราคาจะโต้กลับมาที่เส้นตรงกลางของกราฟที่ช่วง 0.9900 และอาจปรับตัวขึ้นถึงที่ระดับ 1.0000 ข้อควรคำนึงคือ ในกรอบระยะกลางนั้นผู้เชี่ยวชาญกว่า 70% เห็นด้วยกับการคาดการณ์นี้ อย่างไรก็ตาม อย่างที่เราได้กล่าวไว้ในตอนต้น ปัจจัยทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ว่าแน่นแฟ้นและเป็นมิตรกันเพียงไหน 


โรมัน บุทโก, NordFX


« การวิเคราห์ตลาดและข่าว
รับการฝึก
มือใหม่ในตลาดใช่ไหม?ใช้ส่วน เริ่มฝึกฝน เริ่มฝึกฝน
ติดตามเรา (ในโชเซียลเน็ตเวิร์ค)