มกราคม 26, 2019

อันดับแรกเป็นการรีวิวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา:

  • EUR/USD นัยความหมาย “นกพิราบ” ที่ประธานธนาคารกลางยุโรป นายมาริโอ ดรากิห์ ระบุถึงในถ้อยแถลงของเขาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม ส่งผลให้ราคาคู่นี้ขยับไปที่กรอบด้านล่างของช่องด้านข้างระยะกลางที่ 1.1300-1.1500 อย่างไรก็ตาม ความสุขของตลาดหมีก็ปรากฏอยู่แค่ชั่วคราวเท่านั้น โดยราคาได้ตกลงไปที่ 1.1289 ก่อนที่จะวกกลับทิศทางขึ้นมาที่เส้นตรงกลางของช่องในโซน 1.1400 ในช่วงเย็นวันศุกร์ นายดรากิห์ไม่ได้กล่าวอะไรเป็นพิเศษ ทั้งนี้ มีความเข้มแข็งมาจากฝั่งตลาดแรงงานและความเสี่ยงของเศรษฐกิจยูโรโซนที่ลดลง ประธานธนาคารกลางยุโรปกล่าวว่าขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะบังคับใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ ในขณะเดียวกัน กรอบเวลาสำหรับการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยรอบแรกของฝั่งยูโรก็ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
    สำหรับค่าเงินดอลลาร์ สถานการณ์กลับกัน รายงานล่าสุดจาก Wall Street Journal ส่งผลให้เกิดความมั่นใจในหมู่ความเห็นนักลงทุนว่าธนาคารเฟ็ดของสหรัฐฯ จะสิ้นสุดรอบนโยบายตึงตัวทางการเงินในเร็วๆ นี่้ ซึ่งจะเกิดขึ้นก่อนที่นักวิเคราะห์เคยคาดการณ์ไว้
  • GBP/USD ค่าเงินปอนด์เติบโตขึ้นพร้อมความหวังในสถานการณ์ทางออก Brexit แบบ “อ่อนโยน” มีข่าวลือในนิตยสาร The Sun ของอังกฤษ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าพรรค Democratic Unionist Party (DUP) สามารถสนับสนุนข้อกำหนดเบื้องต้นนของนางเทเรซ่า เมย์ หากมีการเปลี่ยนแปลงในหมวดข้อตกลงพิเศษสำหรับไอร์แลนด์ อีกทั้งยังมีข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับความล่าช้าที่จะเกิดขึ้นกับข้อตกลงอียูว่าด้วยมาตราที่ 50 โดยการลงคะแนนเสียงในรัฐสภาสหราชอาณาจักรในวันอังคารที่ 29 มกราคมนี้ จะมีผลกำหนดอนาคตข้อตกลงดังกล่าว ในระหว่างนี้ ค่าเงินปอนด์แสดงให้เห็นว่ามีแนวโน้มเติบโตเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ทุกคู่ ได้แก่ ยูโร เยนญี่ปุ่น และดอลลาร์สหรัฐ โดยราคาได้ตัดทะลุระดับ 1.3000 และ 1.3100 ภายในวันศุกร์ที่ 25 มกราคม และราคา GBP/USD ได้ขยับถึงระดับที่ 1.3200 โดยปรับตัวขึ้นมากว่า 300 จุดในรอบสัปดาห์
  • USD/JPY แม้ว่าการยอมรับความเสี่ยงของนักลงทุนจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สกุลเงินญี่ปุ่นก็หยุดเติบโตขึ้น โดยราคาได้ขยับไปที่ช่องด้านข้างในกรอบแคบๆ ที่ 109.14-110.00 และปิดตลดท้ายสัปดาห์ในที่ตรงกลางของกรอบดังกล่าวที่โซน 109.50
  • คริปโตเคอเรนซี ความคลุมเครือของตลาดเงินคริปโตยังคงมีผลต่อไป มูลค่ารวมในตลาดไม่เพิ่มขึ้นและอัตราแลกเปลี่ยนของเงินคริปโตสกุลหลักแสดงให้เห็นถึงเทรนด์ด้านข้าง ไม่มีคำวิจารณ์จากฝั่งนักวิเคราะห์ JP Morgan หรือคำวิจารณ์จากผู้ร่วมประชุมในงาน World Economic Forum ที่เมืองดาโวส ซึ่งได้ถอนกองทุน Bitcoin-ETF ออกจากตลาด CBOE ของชิคาโกแล้ว ที่สามารถส่งผลกับค่าเงินได้ ราคาคู่ BTC/USD ไม่สามารถขยับออกจากช่อง $3,570-3,800 ความพยายามในการตัดทะลุขึ้นหรือลงออกจากกรอบดังกล่าวไม่เป็นผลสำเร็จ ในตอนแรก ราคาได้ขยับถึงระดับ 3,870 และในช่วงที่สอง ราคาก็วกลงมาที่ระดับ 3,460 แต่สุดท้ายก็กลับมาสู่ตรงกลางของกรอบในช่วง $3,580-3,675

 

สำหรับบทวิเคราะห์ของสัปดาห์นี้ เราได้สรุปความเห็นของบรรดานักวิเคราะห์มากมาย รวมถึงคำคาดการณ์ที่วิเคราะห์จากพื้นฐานทางเทคนิคและสถิติกราฟต่างๆ โดยเราสามารถสรุปผลวิเคราะห์ได้ดังต่อไปนี้:

  • EUR/USD: อัตราแลกเปลี่ยนของคู่ดอลลาร์ในอนาคตอันใกล้นี้จะได้รับผลจากข่าวการเจรจาการค้ากับจีน ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 30-31 มกราคม ณ กรุงวอชิงตัน ซึ่งมีโอกาสความสำเร็จสูง นอกจากนี้ สถิติตลาดแรงงานสหรัฐฯ จะปรากฏในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตาม นายแลร์รี่ คัดโลว์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของนายทรัมป์ ได้ “ปล่อย” ข่าวรั่วออกมาแล้วว่าดัชนีต่างๆ เช่น NFP จะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยมีตัวเลขคำขอสวัสดิการการว่างงานน้อยลงมาก
    นอกจากนี้ ในวันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม จะมีการประกาศตัวเลข GDP ของยูโรโซน ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะออกมาน่าผิดหวัง
    ทั้งหมดนี้สามารถส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ซึ่งได้รับการเห็นด้วยโดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 60% ซึ่งคาดการณ์ราคาคู่ EUR/USD จะปรับตัวลดลง โดยในตอนแรกจะลงไปที่กรอบด้านล่างของช่องระยะกลางที่ 1.1300 และจากนั้นจะลงต่ำลงไปอีกที่แนวรับ 1.1270 และ 1.1215
    ในอีกทางหนึ่ง อย่างที่กล่าวไว้ในตอนต้นว่าตลาดเริ่มมีความเชื่อมั่นว่านโยบายการตึงตัวทางการเงินของสหรัฐฯ ได้สิ้นสุดรอบลงแล้ว ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมในวันที่ 30 มกราคมนี้ เราควรให้ความสนใจไม่ใช่ไปที่ตัวเลขอัตราดอกเบี้ยของธนาคารเฟ็ด (ซึ่งน่าจะอยู่คงที่ที่ 2.5%) แต่เป็นความเห็นของผู้บริหารธนาคารกลางฯ ว่าด้วยแผนของปี 2019 และหากข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนครั้งในการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้นักลงทุนผิดหวัง เราอาจได้เห็นการอ่อนตัวลงของเงินดอลลาร์ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดเป็นเทรนด์ระยะยาวได้ ในกรณีนี้ ตามความเห็นของนักวิเคราะห์จำนวน 40% คาดว่าอัตราแลกเปลี่ยน EUR/USD ในอนาคตอันใกล้จะตัดผ่านกรอบด้านบนของช่องที่ 1.1500 และขยับถึงระดับ 1.1580
    และแน่นอน เราต้องไม่ลืมเกี่ยวกับผลการลงคะแนนของรัฐสภาสหราชอาณาจักรในประเด็น Brexit
  • GBP/USD ดังนั้น ในวันอังคารที่ 29 มกราคมนี้ นายกรัฐมนตรีเทเรซ่า เมย์ คาดว่าจะประกาศแผนการณ์สำรองในการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปในที่ประชุมสภาอังกฤษ รูปแบบแผนการบางส่วนมีระบุไว้ในส่วนแรกของบทวิเคราะห์นี้แล้ว ในส่วนพรรคแรงงานฝ่ายค้านยังคงไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะมีท่าทีอย่างไร และยังลดความเป็นไปได้ในการจัดให้มีการลงประชามติหรือการลงคะแนนเสียงซ้ำเป็นครั้งที่สอง ในส่วนหนังสือพิมพ์ Telegraph กำลังพูดถึงว่าอาจจะมีการแก้ไขข้อตกลงถึงห้าข้อที่จะต้องมีการลงคะแนนเสียง
    เราจะทราบผลในวันอังคารนี้ว่าสมาชิกรัฐสภาจะลงคะแนนเสียงไปในทิศทางใด สำหรับผู้เชี่ยวชาญของเรามีความเห็นที่ยังสรุปไม่ชัด ดังนี้ 50% ของผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าราคาคู่นี้จะขยับลดลง อีก 40% มองว่าจะเติบโตขึ้น และ 10% ยังไม่สรุปผล ในที่นี้ ระดับแนวรับอยู่ที่ระดับ 1.3070, 1.2900, 1.2820, 1.2700 และ 1.26 60. และระดับแนวต้านอยู่ที่ 1.3250, 1.3300, 1.3360 และ 1.3555
  • USD/JPY ต่างจากรัฐสภาอังกฤษ ไม่น่าจะมีเหตุการ์น่าประหลาดใจเกิดขึ้นจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันที่ 28 มกราคมนี้ อัตราแลกเปลี่ยนอาจได้รับผลอย่างยิ่งจากข้อมูลจากฝั่งสหรัฐฯ ซึ่งประกอบกับข้อมูลการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยของฝั่งดอลลาร์ และความสำเร็จและล้มเหลวในการเจรจาทางการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ ในวันที่ 30-31 มกราคม หากทั้งสองฝ่ายมีฉันทามติร่วมกัน ซึ่งมีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากนายทรัมป์จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือในขณะนี้ หุ้นตลาดอเมริกันก็จะปรับตัวสูงขึ้น ในกรณีดังกล่าว อัตราแลกเปลี่ยนอาจขยับขึ้นเหนือ 110 เยนต่อ 1 ดอลลาร์ ในส่วนนักวิเคราะห์ 70% ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยการวิเคราะห์กราฟในกรอบ D1 ชี้ให้เห็นว่าระดับหลักของช่วง 2017-2018 ในโซน 111.55 เป็นเป้าหมายหลัก
    มุมมองทางเลือกอีกทางเป็นของผู้เชี่ยวชาญจำนวน 30% และออสซิลเลเตอร์จำนวน 15% ในกรอบ D1 ซึ่งให้สัญญาณว่าราคาอยู่ในช่วงถูกซื้อมากเกินไป ในกรณีที่มีการเคลื่อนที่ขาลง ระดับแนวรับจะอยู่ที่  109.15,108.70 และ 107.75.

  • คริปโตเคอเรนซี การตอบสนองต่อข่าวสารต่างๆ ที่เชื่องช้า ซึ่งหากเป็นหนึ่งปีก่อนหน้านี้จะต้องส่งผลต่อความผันผวนของราคากว่าสิบหรือร้อยเปอร์เซนต์ ความเชื่องช้านี้ชี้ให้เห็นว่าตลาดเงินดิจิทัลมักจะเริ่มมีความคล้ายคลึงกับตลาดฟอเร็กซ์ ซึ่งได้รับความสนใจจากทั้งแฟนๆ เงินคริปโตและความสนใจจากบรรดาธนาคารต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ในครั้งนี้ ธนาคารกลางอังกฤษได้มุ่งไปยังการคุ้มครองนักลงทุนเป็นหลัก โดยแบ่งประเภทเงินคริปโตออกเป็นสามประเภทภายใต้กฎหมายปัจจุบัน
    เรามองว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะไม่ได้เห็นบทบาทการมีส่วนร่วมของนักลงทุนในนามสถาบันรายใหญ่ ที่ผู้เล่นรายเล็กๆ ต่างคาดหวัง ทั้งนี้ “ปลาใหญ่” ย่อมไม่มีเป้าหมายในการทำกำไรในช่วงสั้นๆ และพวกเขาจะรอจนกว่าสถานการณ์ตลาดมีความชัดเจน และความเสี่ยงจากการเก็งกำไรดังกล่าวเริ่มมีค่าต่ำสุด และการคาดคะเนดังกล่าวอาจใช้เวลาถึงหลายปีหรือแม้แต่หลายสิบปี
    ในระหว่างนี้ ตามที่ได้ระบุไปแล้วว่าเงินคริปโตสกุลหลักต่างอยู่ในช่วงเทรนด์ด้านข้าง อย่างไรก็ตาม เป็นไปไม่ได้ที่จะสังเกตไม่เห็นแรงกดดันอย่างต่อเนื่องจากตลาดหมี เช่น เส้นกลับตัวที่ราคา BTC/USD ได้ผันผวนใกล้ๆ มาตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ขยับลงมา 20 จุด ในขณะที่ Ripple (XRP/USD) ตกลงมา 5% และ Ethereum (ETH/USD) ลงมาอีก 8% แน่นอนว่าอาจถือว่าเป็นตัวเลขเพียงเล็กน้อยของคู่เงินคริปโต แต่บางทีอาจตัวชี้วัดของทิศทางแนวโน้มการตัดทะลุของราคา
    ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ (70%) เชื่อว่าในที่สุดบิทคอยน์จะโอนอ่อนต่อแรงกดดันและราคาจะปรับตัวลดลงไปที่จุดต่ำสุดของปี 2018 ในโซน $3,200-3,250 และจะเร่งตัวขยับไปที่แนวรับ $2,400
    นักวิเคราะห์จำนวน 10% ได้โหวตให้กับการดำเนินต่อไปของเทรนด์ด้านข้าง และอีก 20% ต่างหวังว่าราคาคู่นี้จะเติบโตขึ้นและกลับไปสู่โซน $3,850-4,215   

 

โรมัน บุทโก, NordFX

 

หมายเหตุ: เนื้อหาดังกล่าวไม่ควรยึดถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือเป็นคำปรึกษาในการซื้อขายในตลาดการเงิน โดยเนื้อหาข้างต้นเป็นไปเพียงเพื่อจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น การซื้อขายในตลาดการเงินมีความเสี่ยงและอาจทำให้เกิดการสูญเสียเงินฝากได้


« การวิเคราห์ตลาดและข่าว
รับการฝึก
มือใหม่ในตลาดใช่ไหม?ใช้ส่วน เริ่มฝึกฝน เริ่มฝึกฝน
ติดตามเรา (ในโชเซียลเน็ตเวิร์ค)