กรกฎาคม 13, 2019

อันดับแรกเป็นการรีวิวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา:

  • EUR/USD ในครั้งที่แล้วมีผู้เชี่ยวชาญจำนวน 60% ทำนายโซน 1.1100-1.1185 เป็นกรอบด้านล่างในพื้นที่ สำหรับผู้เชี่ยวชาญอีก 40% ที่เหลือมองว่าระดับแนวรับที่ 1.1185 น่าจะเป็นระดับอุปสรรคที่ไม่สามารถทะลุได้ ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคาจะกลับทิศทางมาที่ช่วง 1.1275-1.1320 ซึ่งนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง โดยราคาได้ตั้งหลักที่กรอบด้านล่างที่ 1.1190 หลังจากนั้นราคาได้วกกลับและขยับขึ้นมาถึงระดับสูงสุดที่ 1.1285 ก่อนที่จะปรับตัวและปิดตลาดรอบห้าวันทำการของสัปดาห์ที่จุดวกกลับของช่วงแรกในฤดูร้อนที่ 1.1270
  • GBP/USD กราฟเส้นของคู่นี้ในกรอบ D1 มีลักษณะเป็นพาราโบลา ซึ่งโดยทั่วไปแล้วสะท้อนถึงคำทำนายหลักของผู้เชี่ยวชาญสองกลุ่มด้วยกัน ผู้เชี่ยวชาญ 40% ได้ทำนายว่าราคาจะขยับลงมาที่ระดับต่ำสุดของเดือนธันวาคมปี 2018 และมกราคม 2019 และราคาก็ได้ตกลงมาที่ 1.2438 จากนั้นราคาก็เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์อีกกลุ่มได้ทำนายไว้ โดยราคาหันขยับไปทางทิศเหนือและหยุดอยู่ที่ระดับแนวต้าน 1.2575
  • USD/JPY นักวิเคราะห์จำนวน 40% ได้คาดการณ์ว่าราคาจะสามารถตัดทะลุระดับแนวต้านที่ 108.80 และขยับขึ้นถึงระดับ 109.00-109.60 ได้สำเร็จ ซึ่งดูเหมือนว่าคำทำนายดังกล่าวเกือบจะกลายเป็นจริง อย่างไรก็ตาม ราคาไม่สามารถแตะที่ระดับ 109.00 ได้สำเร็จ โดยราคาขยับขึ้นเพียงไม่กี่จุดก่อนที่จะทรุดตัวลงและวกกลับลงมาที่ระดับแนวรับหลักของเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2019 ในโซน 107.85
  • คริปโตเคอเรนซี ความผันผวนที่สูงอย่างยิ่งของบิทคอยน์ยังคงรักษาบรรยากาศความตึงเครียดในหมู่นักลงทุนและนักเทรดอย่างต่อเนื่อง โดยความผันผวนที่ 10-15 หรือ 20% ไม่เพียงแต่จะทำให้ใครหลายๆ คนร่ำรวยมหาศาลแต่ก็สามารถทำลายใครหลายๆ คนในระยะเวลาอันสั้นได้เช่นกัน เหตุผลอันดับแรกก็คือสภาพตลาดที่เปราะบางจนทำให้การเก็งกำไรของผู้เล่นรายใหญ่แม้เพียงรายเดียว หรือบางข่าวสารที่มีพอมีอิทธิพลอยู่บ้างก็สามารถส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยนบิทคอยน์ผันผวนได้อย่างรุนแรง
    เช่น คำแถลงจากนายเจอโรม พาวเวล์ ประธานธนาคารเฟดสหรัฐฯว่า Facebook ไม่ควรอนุญาตให้มีการใช้งานเงินคริปโตสกุล Libra จนกว่าบริษัทจะสามารถคลี่คลายประเด็นทั้งหมดกับหน่วยงานที่กำกับดูแล ซึ่งข่าวนี้ส่งผลให้ราคา BTC/USD ลดลงถึง 15% เมื่อวันพุธที่ผ่านมา แม้จะดูเหมือนว่าบิทคอยน์น่าจะมีจุดยืนในตลาดได้ดีกว่าหากปราศจากคู่แข่งรายสำคัญอย่าง Libra ก็ตาม ด้วยเหตุนี้ทำให้แนวโน้มขาขึ้นเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ถูกรบกวนและราคาก็กลับมาสู่ค่าของวันที่ 7 กรกฎาคมที่โซน  $11,000-11,850
    สำหรับอัลท์คอยนสกุลอื่นๆ มีความต้านทานภาวะตึงเครียดได้น้อยกว่าบิทคอยน์ โดย Ethereum (ETH/USD) เสียมูลค่า 7% ในรอบเจ็ดวัน ส่วน Ripple (XRP/USD) เสีย 11% และ Litecoin (LTC/USD) เสียมูลค่า 13%

 

สำหรับบทวิเคราะห์ของสัปดาห์นี้ เราได้สรุปความเห็นของบรรดานักวิเคราะห์มากมาย รวมถึงคำคาดการณ์ที่วิเคราะห์จากพื้นฐานทางเทคนิคและสถิติกราฟต่างๆ โดยเราสามารถสรุปผลวิเคราะห์ได้ดังต่อไปนี้:

  • EUR/USD ตลาดยังคงเต็มไปด้วยความคาดหวังว่าธนาคารเฟดสหรัฐฯ จะทำการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตอันใกล้นี้และธนาคารกลางยุโรปจะใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ทั้งนี้ ระหว่างยูโรและดอลลาร์ ฝ่ายใดจะเป็นต่อมากกว่ากัน และน้ำหนักจะเทไปในทิศทางใด?
    ในการประชุมครั้งล่าสุดของธนาคารกลางยุโรประบุว่าพบความเสี่ยงสูงในการเติบโตทางเศรษฐกิจที่จะชะลอตัว และหากสถานการณ์ไม่พัฒนาในทางที่ดีขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ (และจะพัฒนาดีขึ้นได้อย่างไร?) ธนาคารกลางยุโรปก็เตรียมพร้อมที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยและเพิ่มปริมาณการซื้อพันธบัตรภายใต้นโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวอาจไม่ประกาศออกมาในวันที่ 25 กรกฎาคม อย่างไรก็ตาม กำหนดการประชุมของธนาคารกลางยุโรปในวันที่ 25 อาจจะช่วยเพิ่มความชัดเจนได้บ้างไม่มากก็น้อย
    สำหรับฝั่งสหรัฐฯ มีความเป็นไปได้ที่จะใช้นโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลายเช่นกัน ซึ่งนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารเฟดจะออกมาแถลงในเรื่องนี้ในวันอังคารที่ 16 กรกฎาคมในที่ประชุม ณ กรุงปารีส โดยเขาจะอ่านรายงานภาพรวมนโยบายทางการเงินในยุคหลังวิกฤติการณ์และน้ำหนักของรายงานฉบับนี้อาจส่งอิทธิพลอย่างสูงต่ออัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์
    อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สำคัญที่อาจส่งผลต่อคู่สกุลเงินดอลลาร์ คือ การประกาศสถิติอัตราการเติบโตของ GDP ประเทศจีนในไตรมาสที่ 2 ของปี 2019 ซึ่งจะประกาศในวันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม และผู้เชี่ยวชาญหลายคนคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวเป็นอย่างมาก ซึ่งจะยิ่งส่งผลดีเป็นอย่างยิ่งต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
    สำหรับดัชนีเทรนด์และออสซิลเลเตอร์ยังคงอยู่ในช่วงกำกวมทั้งในกรอบ H4 และ D1: หากสัญญาณเป็นสีเขียวในกรอบ H4 จะพบว่าสัญญาณจะเป็นในทางตรงกันข้ามในกรอบรายวัน
    คำทำนายของผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ (65%) ให้สัญญาณสีแดงเช่นกัน พวกเขาคาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นต่อไปและราคาจะขยับมาที่โซน 1.1150-1.1200 โดยเป้าหมายถัดไปของแนวโน้มตลาดหมีอยู่ที่โซน 1.1100-1.1115 สำหรับฝั่งตลาดกระทิงวางเป้าหมายว่าราคาจะขยับขึ้นไปที่ช่วง 1.1350-1.1410

  • GBP/USD สถิติตลาดแรงงาน อัตราการเติบโตของค่าจ้าง และอัตราการว่างงานในสหราชอาณาจักรจะประกาศออกมาในวันอังคารที่ 16 กรกฎาคม และในวันพุธที่ 17 กรกฎาคม เราจะได้ทราบตัวเลขระดับเงินเฟ้อ โดยผู้เชี่ยวชาญไม่คาดการณ์ว่าจะมีสถิติที่น่าประหลาดใจใดๆ จากรายงานเหล่านี้
    ณ ขณะนี้ มีนักวิเคราะห์จำนวน 60% ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยการวิเคราะห์กราฟและดัชนีส่วนใหญ่ในกรอบ D1 คาดการณ์ว่าค่าเงินปอนด์จะทดสอบระดับแนวรับที่ 1.2440 อีกครั้งและหากตัดทะลุได้สำเร็จ ราคาจะตกลงมาที่จุดต่ำสุดของวันที่ 3 มกราคม 2019 ที่ระดับ 1.2405
    สำหรับผู้เชี่ยวชาญอีก 40% ที่เหลือแนะนำให้นักเทรดเปิดตำแหน่งซื้อ โดยมีเหตุผลรองรับสองประการหลักก็คือ โอกาสการทำกำไรในพันธบัตรรัฐบาลที่เพิ่มขึ้นในสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูง ทั้งสองปัจจัยนี้ควรเสริมแรงสนับสนุนให้กับค่าเงินปอนด์ โดยมีระดับแนวต้านที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ 1.2755, และแนวต้านถัดไปที่ 1.2825
  • USD / JPY เป็นที่ทราบกันดีว่าอัตราแลกเปลี่ยนคู่นี้มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ดัชนี Dow Jones Industrial Average ตัดผ่านระดับ 27.0000 และขยับถึงระดับ 27.330 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ดังนั้นราคาคู่นี้อาจขยับขึ้นไปที่โซน 108.50-109.00 จากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยมีเป้าหมายถัดไปที่ 109.65 อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เพียง 30% โหวตให้กับคำทำนายนี้ ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ (70%) ซึ่งสนับสนุนโดยดัชนีเทรนด์จำนวน 90% ในกรอบ D1 คาดการณ์ว่าราคาจะปรับลดลงมาที่ระดับต่ำสุดของเดือนมิถุนายนที่บริเวณ 106.75-107.00 สำหรับการวิเคราะห์กราฟในกรอบ D1 ให้ภาพการเคลื่อนที่ด้านข้างในช่วง 107.70-109.00 โดยมีแนวโน้มกระทิงปกคลุมเป็นหลัก
  • คริปโตเคอเรนซี หากเราเห็นการเคลื่อนที่ด้านข้างในกราฟ H4 และ D1 สำหรับคู่ BTC/USD โดยราคาค่อยๆ แข็งตัวอย่างช้าๆ ที่บริเวณ $ 11,500-12,000 เป็นสัปดาห์ที่สามติดต่อกัน เมื่อเราพิจารณากราฟในกรอบ W1 และ MN จะพบว่าภาพดูเป็นบวกมากกว่า และเทรนด์แนวโน้มยังคงเคลื่อนที่อย่างเต็มกำลัง
    ผู้เชี่ยวชาญหลายคนให้คำทำนายในทางบวก เช่น นับว่าเป็นครั้งแรกที่สำนักงานจัดอันดับของอเมริกา Weiss Ratings จัดอันดับบิทคอยน์ให้อยู่ในกลุ่มเกรดเอ โดยเน้นย้ำว่า ณ ขณะนี้ ศักยภาพของผลตอบแทนที่จะได้รับจากการลงทุนในคริปโตเคอเรนซีสูงกว่าความเสี่ยง และนายมาร์ค ยุสโก ซีอีโอของ Morgan Creek Capital Management ให้ความเห็นว่าวงจรของตลาด ณ ปัจจุบัน อาจช่วยให้ราคาบิทคอยน์ขยับขึ้นไปทำระดับสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ที่ $30,000 การขุดเงินบิทคอยน์ก็เติบโตขึ้นเช่นกัน ในส่วนนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ชี้ให้เห็นว่า ในปัจจุบันกระบวนการขุดเงินบิทคอยน์ใช้กระแสไฟฟ้ามากกว่าบางประเทศ เช่น สวิตเซอร์แลนด์ หรือคูเวต เป็นต้น แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถทำนายได้ว่าราคาจะพุ่งกระโดดขึ้นอีกครั้งเมื่อใด และตัวเลขที่ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์สำหรับสัปดาห์ที่จะถึงนี้ก็ยังคงไม่เกินช่วง $9,725-13,765

 

โรมัน บุทโก, NordFX

 

หมายเหตุ: เนื้อหาดังกล่าวไม่ควรยึดถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือเป็นคำปรึกษาในการซื้อขายในตลาดการเงิน โดยเนื้อหาข้างต้นเป็นไปเพียงเพื่อจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น การซื้อขายในตลาดการเงินมีความเสี่ยงและอาจทำให้เกิดการสูญเสียเงินฝากได้


« การวิเคราห์ตลาดและข่าว
รับการฝึก
มือใหม่ในตลาดใช่ไหม?ใช้ส่วน เริ่มฝึกฝน เริ่มฝึกฝน
ติดตามเรา (ในโชเซียลเน็ตเวิร์ค)