สิงหาคม 17, 2019

อันดับแรกเป็นการทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา:

  • EUR/USD ตามที่คาดการณ์โดยผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยการวิเคราะห์กราฟ  ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว ในขณะที่คู่ EUR/USD ลดลงตามค่าเงินยูโรที่อ่อนตัวลง จริงอยู่ที่ราคาไม่ได้ขยับถึงเป้าหมายที่วางไว้ซึ่งก็คือราคาต่ำสุดของวันที่ 1 สิงหาคม ที่ 1.1025 หลังจากปักหลักที่จุดต่ำสุดในพื้นที่ระดับ 1.1065
    เหตุผลที่เงินยูโรอ่อนค่าลงในตอนแรกคือสัญญา “นโยบายผ่อนปรน” โดยผู้อำนวยการบริหารของธนาคารแห่งชาติฟินแลนด์และอดีตผู้สมัครตำแหน่งธนาคารกลางยุโรป นายโอลลี เรห์น ตามคำแถลงการณ์ของเจ้าหน้าที่ธนาคารยุโรปคนสำคัญท่านนี้ระบุว่าภายในเดือนกันยายน ตลาดน่าจะได้เห็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่ 0.1 (หรืออาจที่ 0.2) จุดเปอร์เซ็นต์ (ปัจจุบันอยู่ที่ -0.4%) รวมถึงการกลับมาใช้นโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณที่ประมาณ 50 พันล้านยูโรต่อเดือน
    นอกจากนี้ สถิติทางเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดีนักจากทางฝั่งเยอรมนีและจีน รวมถึงอัตราการเติบโตในดัชนีการขายปลีกสหรัฐฯ ที่ไม่คาดคิดส่งผลสนับสนุนค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งเดิมตลาดคาดการณ์ว่าดัชนีดังกล่าวจะลดลงมาจาก 0.7% เหลือ 0.3% แต่ดัชนีกลับขยับขึ้นมาที่ 1.0%
  • GBP/USD ในสัปดาห์ที่แล้ว นักวิเคราะห์ไม่ได้คาดการณ์การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญใดๆ กับค่าเงินปอนด์อังกฤษ ดังนั้นคำทำนายจึงอยู่ในกลุ่มเป็นกลาง สำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิคมีสัญญาณ 25% จากออสซิลเลเตอร์ในกรอบ H4 และ D1 ที่บ่งชี้ว่าคู่นี้อยู่ในภาวะถูกขายมากเกินไป ซึ่งในความเป็นจริงพบว่าเป็นสัญญาณสำคัญของการกลับทิศทางของเทรนด์และการปรับตัวของราคาที่จะมาถึง สิ่งที่เกิดขึ้นคือ: ราคาได้รีบาวด์ขึ้นมาจากระดับ 1.2015 และขยับในทิศทางเหนือไปตั้งหลักที่ระดับสูงสุดของสัปดาห์ 1.2175 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และปิดตลาดห้าวันทำการที่โซน 1.2140 ซึ่งถือว่าเป็นจุดกลับตัวของสัปดาห์แรกในเดือนสิงหาคม 
  • USD/JPY หนึ่งในสามของนักวิเคราะห์ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยออสซิลเลเตอร์จำนวน 85% และดัชนีเทรนด์ 100% ในกรอบ H4 และ D1 ต่างมั่นใจว่าค่าเงินเยนญี่ปุ่นจะยังคงบทบาทสกุลเงินลี้ภัยจากพายุสกุลเงิน และดังนั้นราคาคู่นี้น่าจะขยับลดลงต่อไปที่ระดับต่ำสุดของวันที่ 3 มกราคม 2019 ที่ระดับ 105.00 นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงและราคาได้ขยับถึงระดับดังกล่าวตั้งแต่วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา
    อีกหนึ่งในสามของผู้เชี่ยวชาญและการวิเคราะห์กราฟในกรอบ D1 ได้โหวตว่าเทรนด์จะขยับขึ้นและพาราคาไปที่ระดับ 107.00 ซึ่งราคาได้แตะถึงระดับดังกล่าวในวันถัดมา วันอังคารที่ 13 สิงหาคม
    ช่วงปลายสัปดาห์เป็นไปตามที่หนึ่งในสามของผู้เชี่ยวชาญที่เหลือคาดการณ์ไว้ซึ่งกลุ่มนี้มีท่าทีเป็นกลาง หากคุณพิจารณากราฟในรอบสองสัปดาห์ล่าสุดจะเห็นได้ว่าราคาขยับไปที่ช่องด้านข้างที่ 105.00-107.00 และปิดตลาดรอบสัปดาห์ใกล้กับจุดตรงกลางที่ 106.35 ดังนั้น สถานการณ์ทั้งสามจึงเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ทั้งตลาดหมี ตลาดกระทิง และเป็นกลาง
  • คริปโตเคอเรนซี บรรดาผู้สนับสนุนเงินคริปโต เช่น นายทอม ลี นักวิเคราะห์จาก Fundstrat หรือนายอันโธนี ปอมเปลียโน ผู้ร่วมก่อตั้ง Morgan Creek ยังคงพยายามที่จะยกระดับสถานะบิทคอยน์โดยอ้างว่าบิทคอยน์มีสถานะสกุลเงินลี้ภัยแล้วควบคู่ไปกับทองคำและเงินเยนญี่ปุ่น ในที่นี้ยังคงเป็นที่น่ากังขาอยู่ว่าบิทคอยน์อยู่ในสถานะสกุลเงินลี้ภัยแบบใด เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 8 ถึง 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ราคาบิทคอยน์เสียมูลค่ากว่า 20% โดยทรุดตัวลงจาก $12,000 เหลือเพียง $9,500?
    ด้วยความผันผวนดังกล่าว บิทคอยน์จึงไม่ใช่สกุลเงินลี้ภัย หากแต่เป็นเครื่องมือการเก็งกำไรความเสี่ยงสูงที่สมบูรณ์แบบ และอาจจะเป็นสกุลเงินลี้ภัยด้วยเช่นกัน แต่ไม่ใช่การลี้ภัยจากความผันผวนในตลาดการเงินทั่วไป แต่เป็นการลี้ภัยจากบรรดานักเทรดรายย่อยในตลาดเงินดิจิทัล อัลท์คอยน์ และความสนใจในตลาดที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
    หากคุณดูการเคลื่อนที่ของตลาดอัลท์คอยน์ตั้งแต่ช่วงพีคเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน มูลค่ารวมในตลาดลดลงมาจาก $124 เหลือ $79 พันล้านเหรียญ ซึ่งคิดเป็นกว่า 36% บิทคอยน์เสียมูลค่าสองครั้ง: 18% (ลดลงมาจาก $229 เหลือ $187 พันล้านเหรียญ) และนักลงทุนก็ค่อยๆ หมดความสนใจในเหรียญติดอันดับอย่าง Ethereum (ETH), Ripple (XRP) และ Litecoin (LTC) โดยหันมาให้ความสนใจกับบิทคอยน์ (BTC) ที่มีส่วนแบ่งในตลาดนี้แล้วกว่า 70%

 

สำหรับบทวิเคราะห์ของสัปดาห์นี้ เราได้สรุปความเห็นของบรรดานักวิเคราะห์มากมาย รวมถึงคำคาดการณ์ที่วิเคราะห์จากพื้นฐานทางเทคนิคและสถิติกราฟต่างๆ โดยเราสามารถสรุปผลวิเคราะห์ได้ดังต่อไปนี้:

  • EUR/USD ในด้านหนึ่งของยุโรปปรากฏว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจีนมีการชะลอตัว ซึ่งจีนเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญที่สุดของยุโรป ในส่วนเยอรมนีก็มีสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ประกอบกับปัญหาในอิตาลี และสถานการณ์เบร็กซิต ในทางฝั่งอเมริกาพบว่าสถิติมหภาคของสหรัฐฯ เป็นที่น่าประทับใจของธนาคารเฟดโดยอ้างว่าเศรษฐกิจอเมริกาในขณะนี้มีรากฐานที่มั่นคงและไม่เกรงกลัวสงครามทางการค้าใดๆ ทั้งสิ้น จึงดูเป็นที่ชัดเจนว่าเงินดอลลาร์เป็นต่อในสถานการณ์นี้ นี่คือสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญ 65% เชื่อและยังได้รับการสนับสนุนโดยออสซิลเลเตอร์จำนวนเกือบ 100% และดัชนีเทรนด์ในกรอบ H4 และ D1 โดยมีเป้าหมายถัดไปเป็นระดับแนวรับในโซน 1.1000-1.1025 หลังจากราคาตัดระดับเพียง 1000 จุดที่อัตรา 1:1 ณ อัตราแลกเปลี่ยนขาลงขณะนี้ อาจใช้เวลากว่าหนึ่งปีที่จะก้าวข้ามระดับดังกล่าว (ในครั้งที่แล้วราคาได้ตกลงมาแล้วที่ระดับ 1.0350 ในเดือนธันวาคม 2016)
    อย่างไรก็ตาม หากคุณพิจารณาเกณฑ์อื่นๆ ทุกอย่างอาจจะดูไม่ชัดเจนเท่าใดนัก ในทางหนึ่งของฝั่งยุโรป นายโอลลี เรห์น กล่าวว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยสำหรับเงินยูโรในเดือนกันยายนและการกลับมาใช้นโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ ส่วนทางฝั่งสหรัฐฯ มีการคาดการณ์สภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ ความไม่พึงพอใจของนายโดนัลด์ ทรัมป์ กับอัลท์คอยน์ของธนาคารเฟด และความเป็นไปได้ที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเงินดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2019 จาก 2.25% เหลือ 1.85% หากนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาาคารเฟดยอมพ่ายต่อแรงกดดันของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็มีโอกาสที่เทรนด์จะกลับทิศทางและราคาจะขยับขึ้นไปที่โซน 1.1300-1.1400
    และหากในอนาคตอันใกล้มีนักวิเคราะห์ 35% ที่เห็นด้วยกับความเป็นไปได้ดังกล่าว ในระยะกลางจำนวนนักวิเคราะห์ที่เห็นในทางเดียวกันนี้เพิ่มขึ้นเป็น 55%
    ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ผลลัพธ์การประชุมธนาคารเฟดในวันพุธที่ 21 สิงหาคมนี้ และการประชุมทางเศรษฐกิจประจำปีที่ Jackson Hole ซึ่งจะจัดขึ้นในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะช่วยให้ความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายทางการเงินของสหรัฐฯ นอกจากนี้ รายงานการประชุมธนาคารกลางยุโรปว่าด้วยนโยบายทางการเงินจะประกาศออกมาในวันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม ก็เป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งเช่นกัน
  • GBP/USD สถานการณ์ที่น่าสนใจเกิดขึ้นในสหราชอาณาจักร ในทางหนึ่งตัวเลขการผลิตลดลง 0.6% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในอีกทางหนึ่ง ตัวเลขการขายปลีกที่เดิมคาดการณ์ว่าจะลดลง 0.3% ในเดือนกรกฎาคม กลับเพิ่มขึ้น 0.2% นี่อาจเป็นสัญญาณว่าค่าเงินปอนด์ที่อ่อนตัวและความกลัวเกี่ยวกับผลที่ตามมาจากเบร็กซิตทำให้ประชาชนชาวอังกฤษเลือกที่จะออกมาจับจ่ายใช้สอยมากกว่าออมเงิน
    ตอนนี้ยังไม่เป็นที่ชัดเจนนักว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อไปยาวนานเท่าใด เราต้องรอจนกว่าจะเห็นท่าทีของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสหราชอาณาจักรและการตอบสนองของรัฐสภาอังกฤษ ในระหว่างนี้ ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ (65%) ยังคงมองว่าราคาจะขยับลงและเคลื่อนที่ในช่องด้านข้างที่ 1.200-1.2200 โดยมีระดับแนวรับที่ใกล้ที่สุดที่ 1.2050 และแนวต้านที่ 1.2175
    สำหรับการวิเคราะห์กราฟทั้งในกรอบ H4 และ D1 หลังจากราคามีการเคลื่อนที่ในช่องด้านข้างติดต่อกันหลายวัน การวิเคราะห์กราฟบ่งชี้ว่าราคาจะตกลงมาที่ระดับต่ำสุดของเดือนตุลาคมปี 2016 ที่ 1.1900-1.1940
  • USD/JPY ผลการตัดสินใจของทางการสหรัฐฯ ที่จะเลื่อนการบังคับใช้ภาษีเพิ่มเติมกับสินค้านำเข้าจีนยังไม่ช่วยเงินดอลลาร์สหรัฐเท่าใดนัก นักลงทุนยังคงมีข้อกังขาอย่างหนักเกี่ยวกับการยุติสงครามทางการค้าสหรัฐฯ-จีนอย่างสงบ ดังนั้น เงินเยนจึงยังคงบทบาทสกุลเงินลี้ภัยที่นิ่งสงบต่อไป ส่วนการคาดการณ์สภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะมาถึงและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยโดยธนาคารเฟดก็ยิ่งทำให้ดอลลาร์อ่อนตัว นอกจากนี้ ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รอบ 10 ปีที่ลดลงแล้วเหลือ 1.6% กอปรกับผลตอบแทนของสินทรัพย์ประเภทเหล่านี้ที่รวมแล้วต่ำกว่าศูนย์ ซึ่งในทางทฤษฎีนั้นน่าจะนำไปสู่เงินเยนที่แข็งค่าขึ้นต่อไปและอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลงของคู่นี้ อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้เชี่ยวชาญซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยการวิเคราะห์กราฟในกรอบ H4 เชื่อว่าราคาคู่นี้น่าจะขยับในช่องด้านข้างที่ 105.00-107.00 อย่างน้อยอีกหนึ่งสัปดาห์ แต่สำหรับในอนาคตนั้น ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ (60%) กลับคาดการณ์ว่าเงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นและราคาจะขยับขึ้นไปที่โซน 108.50-109.00 ในส่วนการวิเคราะห์กราฟในกรอบ D1 ก็เห็นด้วยกับคำทำนายนี้เช่นกัน
  • คริปโตเคอเรนซี การให้บทวิเคราะห์ระยะยาวเป็นพรอย่างหนึ่ง และยิ่งคำทำนายนี้ระยะยาวไกลมากเท่าใด ยิ่งดีมากเท่านั้น หากคำทำนายไม่ถูกต้องก็ไม่เป็นไร ทุกคนก็จะลืมคำทำนายที่ผ่านไปเนิ่นนานแล้ว และหากคำทำนายนั้นถูกต้อง คุณก็จะสามารถหยิบยกขึ้นมาพูดอีกต่อไปได้
    ตัวอย่างเช่น นายทิม เดรปเปอร์ นักลงทุนและประธาน Draper Associates เคยทำนายไว้ว่าราคาบิทคอยน์จะแตะถึง $250,000 ภายในสิ้นปี 2022 หรืออาจจะภายในช่วงต้นปี 2023 ดังนั้นจึงเหลือเวลาให้รออีกแค่เพียงสามปีเท่านั้น
    หากเราพูดถึงคำทำนายในอนาคตอันใกล้กว่า นายนิโคลัส แมร์เทน นักวิเคราะห์เงินคริปโตชื่อดังท่านนี้มั่นใจว่าราคาบิทคอยน์จะแตะระดับ $15,000 ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และมีความเป็นไปได้ที่คำทำนายของเขาจะถูกต้องและการกลับตัวของเทรนด์ก็อยู่ไม่ไกลนัก แต่ ณ ขณะนี้ยังไม่ปรากฏสัญญาณที่ชัดเจนให้เข้าซื้อ และดัชนี Bitcoin Fear & Greed ยังคงอยู่ในเกณฑ์ “กลัว” เป็นหลัก

 

โรมัน บุทโก, NordFX

 

หมายเหตุ: เนื้อหาดังกล่าวไม่ควรยึดถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือเป็นคำปรึกษาในการซื้อขายในตลาดการเงิน โดยเนื้อหาข้างต้นเป็นไปเพียงเพื่อจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น การซื้อขายในตลาดการเงินมีความเสี่ยงและอาจทำให้เกิดการสูญเสียเงินฝากได้


« การวิเคราห์ตลาดและข่าว
รับการฝึก
มือใหม่ในตลาดใช่ไหม?ใช้ส่วน เริ่มฝึกฝน เริ่มฝึกฝน
ติดตามเรา (ในโชเซียลเน็ตเวิร์ค)