กันยายน 7, 2019

อันดับแรกเป็นการทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา:

  • EUR/USD ช่วง 1.1025-1.106 อาจเรียกได้ว่าเป็นโซนกลับตัวของรอบหนึ่งเดือนครึ่งที่ผ่านมา ณ จุดนี้เองที่ราคาได้กลับทิศทางในช่วงท้ายสัปดาห์ทำการซื้อขาย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความไม่แน่นอนเริ่มปกคลุมตลาด
    ย่อมเป็นที่ทราบกันดีว่า ณ ตอนนี้สถานการณ์ได้รับจากอิทธิพลจากสงครามการค้าของนายทรัมป์ และนโยบายของธนาคารเฟดสหรัฐฯ เป็นหลัก รายงานข้อมูลว่าว อชิงตันและปักกิ่งอาจจะกลับมาร่วมโต๊ะเจรจากันอีกครั้งในช่วงต้นเดือนตุลาคมได้ส่งผลต่อตลาดหุ้นในทางบวก ทำให้ดัชนี S&P500 ปรับขึ้นและขยับถึงระดับ 3,000 อีกครั้ง ในขณะที่อัตราเติบโตของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรากฏว่าสูงสุดในรอบสามปี ในขณะเดียวกันค่าเงินดอลลาร์เริ่มแข็งค่าขึ้นโดยขยับถึงระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2017 เทียบกับยูโร ด้วยเหตุนี้ ราคา EUR/USD ได้ทำราคาต่ำสุดเมื่อวันอังคารที่ 3 กันยายนที่ระดับ 1.0925
    อย่างไรก็ตาม เมื่อวิเคราะห์ลึกซึ้งขึ้นจะเห็นได้ว่าโดยรวมแล้วยังไม่มีเหตุผลพิเศษให้มองสถานการณ์ในทางบวก คุณไม่ควรคาดหวังอะไรมากมายว่าจีนจะยอมประนีประนอมด้วยอย่างจริงจัง ปัญหาในเศรษฐกิจอเมริกายังคงอยู่ไม่หายไปไหน และในกรณีที่สงครามการค้ามีความยืดเยื้อจะยิ่งมีแนวโน้มภาวะวิกฤติถดถอยที่รุนแรงเพิ่มขึ้น และจะยิ่งทำให้ต้องมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและปรับใช้นโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณโดยธนาคารเฟดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
    นักลงทุนคาดการณ์ว่าจะได้สัญญาณบางอย่างภายในปลายสัปดาห์จากการประกาศข้อมูลตลาดแรงงาน อย่างไรก็ดี ผลลัพธ์ดัชนีสำคัญอย่างดัชนีนอนฟาร์ม (NFP) กลับไม่ส่งผลใดๆ ทั้งสิ้นเนื่องจากตัวเลขลดลงเพียงนิดเดียวเท่านั้น (จาก 159k เหลือ 130k) ดังนั้นค่าเงินดอลลาร์จึงอ่อนค่าลงเพียง 40 จุดต่อเงินยูโร หลังจากนั้นตลาดก็พยายามรอฟังคำตอบในคำแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารเฟด เมื่อช่วงเย็นของวันศุกร์ที่ 6 กันยายน แต่ก็ไม่ปรากฏสัญญาณใดๆ ทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้ราคาจึงปิดตลาดที่ 1.1025
  • GBP/USD ค่าเงินปอนด์อังกฤษถูกกำหนดโดยปัจจัยเชิงบวกประการที่ 1 คือการเจรจาที่ยืดเยื้อระหว่างสหรัฐฯ-จีน และประการที่ 2 คือการเจรจาเรื่องเบร็กซิตกับอียู ในครั้งที่แล้วผู้เชี่ยวชาญส่วนมากได้คาดการณ์ว่าราคาคู่นี้จะทดสอบระดับต่ำสุดของวันที่ 12 สิงหาคมปี 2019 อีกครั้งที่ 1.2015 โดยการวิเคราะห์กราฟในกรอบ D1 บ่งชี้ว่าราคาจะตกลงต่ำลงมายังระดับต่ำสุดของเดือนตุลาคมปี 2016 ที่ 1.1945 และคำทำนายนี้ก็เป็นจริงตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากปัจจัยที่ 1 ทำให้ราคาตกลงมาที่ 1.1958 และจากนั้นก็กลับทิศทาง และด้วยปัจจัยประการที่ 2 เงินปอนด์ก็ฟื้นตัวขึ้นมาได้เกือบ 400 จุดจากค่าเงินดอลลาร์ภายในช่วงกลางวันของวันพฤหัสบดี และปิดตลาดรอบสุดท้ายที่ระดับ 1.2290
  • USD/JPY แตกต่างไปจากเงินปอนด์อังกฤษที่มีความผันผวนเพิ่มขึ้น เงินเยนญี่ปุ่นเคลื่อนที่อย่างค่อนข้างสงบโดยขยับในช่วงด้านข้างที่ 105.50-107.00 ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม และราคาแทบไม่ขยับออกนอกกรอบดังกล่าวเว้นแต่ช่วงที่ได้รับผลกระทบจากข่าวพัฒนาการในสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนที่ทรัมป์ประกาศผ่านทวิตเตอร์
    สถานการณ์เป็นไปตามที่ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ไว้ว่าเงินเยนญี่ปุ่นในฐานะสกุลเงินลี้ภัยจะเริ่มลดบทบาทลงและด้วยเหตุนี้ ค่าเงินดอลลาร์จึงได้ขยับขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีไปที่ระดับ 107.23 หลังจากนั้นตามมาด้วยการรีบาวด์เล็กน้อยและราคาปิดตลาดรอบห้าวันทำการที่ระดับ 106.92
  • คริปโตเคอเรนซี ตามบทความในนิตยสารออนไลน์ Block Jounal บิทคอยน์ได้เฉือนชนะมูลค่าการลงทุนที่ประสบความสำเร็จที่สุดในบริษัทไอทีที่เคยเปิดขาย IPO ในแง่ของโอกาสการทำกำไร โดยในเดือนมีนาคมปี 2010 เงินคริปโตสกุลแรกนี้เคยมีมูลค่าประมาณ $0.003 ดังนั้นราคาบิทคอยน์ปัจจุบัน ณ อัตราแลกเปลี่ยนที่สูงกว่า $10,000 จึงถือว่าเป็นการเติบโตกว่า 350,000,000% (ถ้าเทียบโดยใช้ดัชนีเดียวกันกับบริษัท Trade Desk บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการโฆษณาออนไลน์จะอยู่ที่เพียง 1.317% “เท่านั้น”)
    ในช่วงเจ็ดวันที่ผ่านมา ราคา BTC/USD ขยับขึ้นดี คำทำนายกราฟที่เขียนไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วชี้ให้เห็นว่ามีนักวิเคราะห์ 70% ที่คาดการณ์ว่าราคาจะขยับขึ้นไปเหนือโซน $11,000 ซึ่งได้เกิดขึ้้นจริง และเมื่อช่วงกลางวันของวันศุกร์ที่ 6 กันยายน มูลค่าบิทคอยน์เพิ่มขึ้นมาถึง $1,250 และแตะถึงระดับ $10,925
    ควบคู่ไปกับบทวิเคราะห์ของคู่ BTC/USD เราได้ตีพิมพ์อีกหนึ่งคำทำนายสำหรับอัลท์คอยน์ ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญมองว่าราคาอัลท์คอยน์ดูหม่นหมองไม่ว่าแนวโน้มของบิทคอยน์จะเป็นอย่างไรก็ตาม หากราคาบิทคอยน์ลดลง ความสนใจของนักลงทุนในตลาดเงินคริปโตโดยรวมก็จะลดลงเช่นกัน และหากราคาบิทคอยน์ปรับขึ้น เราก็จะได้เห็นปริมาณการซื้อขายแลกเปลี่ยนอัลท์คอยน์กับบิทคอยน์ที่เข้มข้นขึ้นเช่นเดียวกัน และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้นสถานการณ์ดังกล่าวก็พิสูจน์ให้เห็นตามจริง โดยราคา BTC/USD ขยับเพิ่มขึ้น 13% ในส่วน Ethereum (ETH/USD) เพิ่มขึ้น 4%, Litecoin (LTC/USD) - เพิ่มขึ้น 3% และในส่วนการเติบโตของ Ripple (XRP/USD) เป็นศูนย์

 

สำหรับบทวิเคราะห์ของสัปดาห์นี้ เราได้สรุปความเห็นของบรรดานักวิเคราะห์มากมาย รวมถึงคำคาดการณ์ที่วิเคราะห์จากพื้นฐานทางเทคนิคและสถิติกราฟต่างๆ โดยเราสามารถสรุปผลวิเคราะห์ได้ดังต่อไปนี้:

  • EUR/USD แม้ว่าทั้งออสซิลเลเตอร์และดัชนีเทรนด์ในกรอบ D1 ให้สัญญาณเป็นสีแดง คำทำนายของนักวิเคราะห์กลับให้สีเทากลาง เหตุผลเบื้องหลังก็คือการคาดหมายว่าจะมีเหตุการณ์ที่จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ในวันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน ธนาคารกลางยุโรปจะประกาศผลการตัดสินใจในอัตราดอกเบี้ย ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ระดับศูนย์ และผู้เชี่ยวชาญส่วนหนึ่งคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะถูกปรับลดลง 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์เหลือ -0.75% ผู้เชี่ยวชาญอีกกลุ่มหนึ่งมองว่ายังมีโอกาสที่อัตราดอกเบี้ยจะถูกปรับลดลงต่ำกว่านั้นที่ -0.4% และกลุ่มที่สามเชื่อว่าธนาคารกลางยุโรปอาจยังคงท่าทีกำกวมในช่วงนี้ไปสักระยะแทนที่จะเลือกใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใดๆ
    นอกจากนี้ ในวันที่ 12 กันยายน เราอาจได้เห็นความผันผวนที่เพิ่มขึ้นกับคู่นี้ รวมถึงแนวโน้มตลาดหมีและราคายูโรที่จะปรับลดลง 100 จุดหรือมากกว่า โดยระดับแนวรับที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ 1.0925 แนวรับถัดไปที่ 1.0830 และแนวต้านอยู่ในโซน 1.1125 และ 1.1250
    เหตุการณ์อื่นๆ ในสัปดาห์นี้ที่ถึงแม้จะไม่สำคัญเท่าใดนัก ได้แก่ การประกาศสถิติตลาดผู้บริโภคของสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดีที่ 12 และวันศุกร์ที่ 13 กันยายน
  • GBP/USD ในวันอังคารที่ 10 กันยายน จะมีการประกาศข้อมูลตลาดแรงงานสหราชอาณาจักร แต่เหตุการณ์ที่สำคัญมากกว่าการประกาศสถิติเศรษฐกิจอื่นใดคือข่าวที่เกี่ยวข้องกับเบร็กซิต ซึ่งข่าวส่วนแรกจะมาจากรัฐสภาอังกฤษในวันจันทร์ โดยรวมแล้วสถานการณ์ความตึงเครียดว่าด้วยข้อตกลงกับอียูคลี่คลายลงมาก โดยเริ่มมีความหวังในการจัดให้มีการลงประชามติเป็นครั้งที่สอง และผู้เชี่ยวชาญกว่า 80% คาดการณ์ว่าเงินปอนด์จะแข็งค่าขึ้นและราคาคู่นี้จะขยับขึ้นไปยังโซน 1.2400-1.2525
    อีกหนึ่งมุมมองทางเลือกเป็นของนักวิเคราะห์และผลการวิเคราะห์กราฟจำนวนเพียง 20% และออสซิลเลเตอร์ 15% ในกรอบ D1 ซึ่งให้สัญญาณว่าราคาถูกซื้อมากเกินไป เป้าหมายหลักของมุมมองนี้คือการที่ราคาจะทดสอบระดับต่ำสุดของเดือนสิงหาคม-กันยายนอีกครั้งที่ช่วง 1.1960-1.2060
  • USD/JPY เราไม่สามารถสรุปได้ว่าไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นในญี่ปุ่น ธนาคารแห่งชาติญี่ปุ่นพยายามที่จะยับยั้งไม่ให้ผลตอบแทนของพันธบัตรลดลง โดยลดการซื้อพันธบัตรรัฐบาลกว่า 20 พันล้านเยน ในวันจันทร์ที่ 9 กันยายนนี้จะมีการประกาศสถิติการเติบโตของ GDP ญี่ปุ่น ซึ่งได้เร่งตัวเพิ่มขึ้น 2.1% ในไตรมาสที่สองของปี 2019 แต่ดูเหมือนว่าค่าเงินเยนจะขึ้นอยู่กับชะตาของสหรัฐฯ และจีนเป็นหลัก และความหวังให้ทั้งสองประเทศดังกล่าวหาข้อสรุปทางการค้ากันได้สำเร็จจะยิ่งผลักให้เงินเยนตกต่ำลงและส่งผลให้ราคาคู่นี้ปรับสูงขึ้น โดยมีนักวิเคราะห์สูงถึง 90% (แทบไม่ค่อยเกิดขึ้น) ได้รับการสนับสนุนโดยออสซิลเลเตอร์ 90% และการวิเคราะห์กราฟในกรอบ D1 โหวตให้กับแนวโน้มตลาดกระทิงและคาดว่าราคาจะขยับขึ้นไปที่ระดับ 107.25 และสูงขึ้นไปยังแนวต้านที่ 107.80 และ 108.50
    ผู้เชี่ยวชาญ 10% คาดการณ์ว่าราคาจะขยับลงมาที่ระดับ 105.50 เช่นเดียวกันกับออสซิลเลเตอร์ 10% ที่ให้สัญญาณว่าราคาถูกซื้อมากเกินไป โดยมีระดับแนวรับปักหลักในโซน 105.00 และ 104.45

  • คริปโตเคอเรนซี แม้ว่าจะมีการเติบโตที่มั่นคงในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ช่วงดึกของวันศุกร์ที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา ราคาบิทคอยน์กลับขยับลงอย่างไม่คาดคิดเกือบ $600 ภายในเวลาเพียง 20 นาที เหตุการณ์นี้เป็นสิ่งที่ยืนยันอีกครั้งว่าความผันผวนที่สูงลิ่วของบิทคอยน์ทำให้ยังคงเร็วเกินไปที่จะใช้บิทคอยน์เป็นสินทรัพย์ที่น่าเชื่อถือเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในตลาดดั้งเดิมอย่างตลาดการเงิน ตลาดหุ้น อัตราแลกเปลี่ยน และสินค้าโภคภัณฑ์
    ในขณะเดียวกัน ผู้ที่สนับสนุนบิทคอยน์ก็ยังไม่หยุดที่จะให้คำทำนายที่คอยอุ่นเครื่องตลาดเงินคริปโตอยู่ตลอดเวลา นายแม็ก ไคเซอร์ ผู้รายงานข่าวทีวีและผู้เชี่ยวชาญกล่าวเมื่อวันก่อนว่า วิฤติในตลาดหุ้นกำลังก่อตัวอีกครั้งและอาจทำให้เงินคริปโตสกุลหลักมีมูลค่าสูงถึง $25,000 แต่ก็มีมุมมองในทางตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงเช่นกัน เช่น นายจอห์น โบลิงเจอร์ นักวิเคราะห์และนักเทรดผู้คิดค้นดัชนีทางเทคนิคยอดนิยมอย่าง Bollinger Bands ซึ่งติดตั้งมาพร้อมในเทอร์มินัลของ MetaTrader เผยว่าอัตราแลกเปลี่ยนของบิทคอยน์จะกลับทิศทางโดยสิ้นเชิง และระบุว่า “ฤดูหนาวของเงินคริปโตซึ่งสิ้นสุดลงในไตรมาสที่สองในปีนี้อาจกลับมาอีกในช่วงเวลาที่ไม่คาดคิดที่สุด”

 

โรมัน บุทโก, NordFX

 

หมายเหตุ: เนื้อหาดังกล่าวไม่ควรยึดถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือเป็นคำปรึกษาในการซื้อขายในตลาดการเงิน โดยเนื้อหาข้างต้นเป็นไปเพียงเพื่อจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น การซื้อขายในตลาดการเงินมีความเสี่ยงและอาจทำให้เกิดการสูญเสียเงินฝากได้


« การวิเคราห์ตลาดและข่าว
รับการฝึก
มือใหม่ในตลาดใช่ไหม?ใช้ส่วน เริ่มฝึกฝน เริ่มฝึกฝน
ติดตามเรา (ในโชเซียลเน็ตเวิร์ค)