พฤษภาคม 23, 2020

อันดับแรกเป็นการทบทวนเหตุการณ์ในสัปดาห์ที่แล้ว:

  • EUR/USD ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีนเริ่มขึ้นอีกครั้ง ซึ่งย่อมส่งผลต่อตลาดอย่างแน่นอน ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า เขาจะตอบโต้ “อย่างรุนแรง” ต่อมาตรการทางกฎหมายของปักกิ่ง โดยเฉพาะความต้องการของจีนที่จะปกครองฮ่องกงอย่างเข้มงวดขึ้น ก่อนหน้านี้เคยเป็นชนวนก่อให้เกิดการจลาจลในฮ่องกงมาแล้ว หากจีนยังคงเดินหน้าต่อไป โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม ว่าเขาจะ “จัดการกับประเด็นนี้อย่างเด็ดขาด” ในขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงชี้หน้ากล่าวหาจีนว่าเป็นบ่อเกิดของการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนารอบโลก และจะต้องมีการชดเชยอย่างเหมาะสม
    นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังประกาศถอนตัวจากสนธิสัญญา “น่านฟ้าเสรี” ซึ่งอาจนำไปสู่การแข่งขันเพิ่มอาวุธและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์รอบใหม่
    สำหรับดัชนีทางเศรษฐกิจในปัจจุบันของสหรัฐฯ และยูโรโซน แม้ว่าตัวเลขต่าง ๆ จะดีขึ้น แต่ก็ยังเร็วเกินไปมากที่จะพูดถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจได้อย่างมั่นใจ แม้ว่าจากรายงานของ Markit ดัชนีประกอบกิจกรรมทางธุรกิจในภาคการผลิตของยูโรโซนในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นจาก 13.6 เป็น 30.5 ความต้องการของผู้บริโภคยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง และจำนวนตำแหน่งงานก็ลดลงในอัตราเร็วสูง
    ในสหรัฐฯ กิจกรรมทางธุรกิจเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ยังมีปัญหาด้านการจ้างงานที่น่าเป็นห่วง จำนวนผู้ขอใช้สวัสดิการว่างงานเบื้องต้นลดลงเล็กน้อยในรอบเดือน จาก 2,687K เหลือ 2,438K และจำนวนชาวอเมริกันที่ได้รับสวัสดิการนี้มากกว่า 25 ล้านคน
    สถานการณ์ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในสหรัฐฯ และยุโรปส่งผลให้นักลงทุนไม่เลือกที่จะหันไปทางสกุลเงินใดเหล่านี้เป็นพิเศษ และทำให้อัตราแลกเปลี่ยนคู่ EUR/USD ขยับในช่องด้านข้างที่ 1.0750-1.1000 เป็นเวลาสองเดือนติดต่อกัน ดังนั้นในสัปดาห์ที่แล้ว ในตอนต้นราคาได้ปรับขึ้นไปยังกรอบด้านบนของราคาและจากนั้นก็ลงมายังกรอบตรงกลาง และปิดตลาดรอบห้าวันทำการที่บริเวณ 1.0900
  • GBP/USD ในสัปดาห์ที่แล้วได้มีการประกาศดัชนีเศรษฐกิจมหภาคชุดใหญ่ ซึ่งผลปรากฏออกมาค่อนข้างขัดแย้งกัน ดูเหมือนว่าสถานการณ์ตลาดแรงงานจะมีสัญญาณที่ดีขึ้น อัตราการว่างงานอยู่ที่ 3.9% จากที่คาดการณ์ไว้ที่ 4.4% และกิจกรรมทางธุรกิจในภาคบริการไม่ปรับลดลงเช่นกัน ดัชนีของ Markit แสดงตัวเลขเพิ่มขึ้นจาก 13.6 เป็น 30.5 ในส่วนดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเบื้องต้น (PMI) ปรับขึ้นมาจาก 32.6 ในเดือนเมษายนเป็น 40.6 ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ลดลงจาก 1.5% เหลือ 0.8% แม้ว่าธนาคารกลางอังกฤษจะตั้งเป้าไว้ที่่ระดับถึง 2% ก็ตาม
    อัตราเงินเฟ้อในเดือนเมษายนชะลอตัวมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2009 และระดับเงินเฟ้อที่ลดลงเช่นนี้อาจส่งผลให้ธนาคารกลางอังกฤษปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกครั้ง แอนดริว ไบเลย์ ประธานธนาคารกลางฯ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า คงจะเป็นเรื่องโง่เขลาที่จะตัดโอกาสความเป็นไปได้ในการปรับอัตราดอกเบี้ยให้ติดลบ ซึ่งเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้า เขาปฏิเสธโอกาสดังกล่าว
    โดยทั่วไป อย่างที่กล่าวไว้แล้ว สถานการณ์ในสัปดาห์ที่แล้วค่อนข้างขัดแย้งกัน และบางทีนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเงินปอนด์ถึงชะลอตัว และอัตราแลกเปลี่ยนคู่ GBP/USD โดยรวมถึงเดินตามการเคลื่อนที่ของ EUR/USD โดยราคาปรับลงมาต่ำสุดที่ 1.2070 และกลับตัวขึ้นมาที่ระดับ 1.2295 ตามมาด้วยการกลับทิศทางอีกครั้งและปรับลดลงมาที่ระดับ 1.2170 จากคำแถลงของนายแอนดริว ไบเลย์
  • USD/JPY ทาโร อาโซ รัฐมนตรีการคลังญี่ปุ่น และ ฮารุฮิโกะ คุโรดะ ประธานธนาคารกลางญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม ว่า รัฐบาลและธนาคารกลางประเทศจะร่วมมือกันในการฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาเติบโตอีกครั้ง โดยทั้งสองได้เน้นย้ำถึงภาวะล้มละลายหลายแห่งในญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเดือนที่ผ่านมา ในเรื่องนี้ นายคุโรดะจึงได้ประกาศโครงการมูลค่ากว่า 30 ล้านล้านเยน ที่จะปล่อยเงินกู้ให้กับบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนาโดยไม่ต้องมีหลักประกันและมีอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเป็นศูนย์ มาตรการดังกล่าวจะเป็นการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินเพื่อผลักให้ราคาคู่นี้ปรับขึ้น แต่ว่าการเคลื่อนไหวก็ยังไม่ถือว่ามีกำลังแรงเท่าใดนัก ตลอดช่วง 2.5 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาได้ขยับเพิ่มขึ้นจาก 106.00 มาที่ 107.60 จึงเกิดเป็นกราฟรูปตัว V โดยราคากลับมาสู่ระดับที่เคยอยู่เมื่อช่วงต้นและกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมาในโซน 107.30-108.00
  • คริปโตเคอเรนซี เรามาเริ่มกันที่ความลับและเรื่องลึกลับกันก่อนเลย เป็นครั้งแรกในรอบปีที่มีบุคคลนิรนามโอนเงินจำนวนมากกว่า 28 BTC ($258,000) ไปยังที่อยู่นิรนามจากวอลเล็ตที่บิทคอยน์ถูกขโมยมาจากตลาด Bitfinex แต่นี่ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้น หากแต่เป็นประเด็นที่ตำรวจต้องสืบสวน เรื่องที่น่าตื่นเต้นก็คือบิทคอยน์จำนวนหนึ่งที่คาดว่าเป็นของนายซาโตชิ นากาโมโตะ ก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวเช่นกัน! แวดวงคริปโตมักให้ความสนใจในเหรียญที่ขุดในเครือข่ายยุคเริ่มต้น ซึ่งในตอนนั้นเริ่มขุดโดยคนไม่กี่คนเท่านั้น รวมถึงผู้ก่อตั้งบิทคอยน์คนนี้เช่นกัน และ ณ ตอนนี้ BTC จำนวน 50 เหรียญที่นอนแน่นิ่งมาตั้งแต่ปี 2009 เริ่มมีการเคลื่อนไหว
    นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า การเคลื่อนไหวนี้และอื่น ๆ นั้นมีความสัมพันธ์โดยตรงกับผลที่ตามมาของการฮาล์ฟเหรียญ จากแฮชเรตที่ลดลงในการคำนวณใหม่รอบล่าสุดทำให้ความซับซ้อนในการขุดเหรียญบิทคอยน์ลดลง แต่ก็ยังไม่ช่วยให้สถานการณ์เป็นปกติในตอนนี้ แม้ว่าตลาดฝั่งกระทิงจะพยายามอย่างเต็มที่ แต่ BTC/USD ไม่เคยตัดทะลุระดับสำคัญที่ $10,000 ได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม คุณอาจทราบดีว่าอะไรที่ไม่ขยับขึ้น มันก็ต้องขยับลง หลังจากที่รอคอยให้ราคาทะยานขึ้นมาอย่างยาวนานหลังการฮาล์ฟเหรียญ นักเทรดหลายท่านเริ่มปิดคำสั่งซื้อและรับกำไร ส่งผลให้ราคาบิทคอยน์ปรับลดลงมาประมาณ 10% มายังที่บริเวณ $9,000
    จากการเทขายนี้ มูลค่ารวมในตลาดเงินคริปโตจึงลดลงมาตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม ที่ระดับสูงสุด $273 พันล้านเหรียญเหลือ $246 พันล้านเหรียญสหรัฐในวันที่ 21 พฤษภาคม แต่ตัวเลขดัชนี Crypto Fear & Greed ยังคงอยู่ระดับเดิมตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วที่ 42 ต่อ 44
    ทั้งนี้ ควรคำนึงว่าแม้ว่า BTC/USD จะขยับลงมาเล็กน้อย ความสามารถในการทำกำไรจากบิทคอยน์ในปีนี้นำเหนือการเทรดทองคำ ราคาทองคำขยับขึ้นมา 12% นับตั้งแต่เดือนมกราคม ในขณะที่บิทคอยน์ปรับขึ้นมาประมาณ 30% ข้อดีของบิทคอยน์เหนือตลาดหุ้นจึงดูน่าประทับใจกว่ามาก เช่น หุ้น JPMorgan ปรับลดลงมาถึง 37.2% ในขณะที่ BTC แซงหน้าธนาคารนี้ในส่วนการเติบโตของมูลค่าในตลาดมากกว่า 200%
    แต่ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจมากที่สุดไม่ใช่บิทคอยน์แต่อย่างใด แต่เป็น Ethereum ซึ่ง “ขยายตัว” เกือบ 55% นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ผู้เชี่ยวชาญจำนวนหนึ่งมองว่า ETH มีแนวโน้มที่ดีมาก เพราะเครือข่ายมีความแอคทีฟอย่างน่าสนใจ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเปิดตัวแอปพลิเคชันทางการเงินแบบกระจายศูนย์กลาง (DeFi) ซึ่งช่วยลดการหมุนเวียนเหรียญและสร้างผลลัพธ์ที่คล้ายกันกับการฮาล์ฟเหรียญของบิทคอยน์
    อัลท์คอยนสกุลหลักได้รับแรงหนุนจากผู้เขียนวรรณกรรมชื่อดังอย่างแฮร์รีพอตเตอร์ เจ เค โรว์ลิง ก่อนหน้านี้เธอพยายามจะทำความรู้จักกับบิทคอยน์ หลังจากนั้นเธอกล่าวว่าเธอแค่เพียง “ก่อกวนบิทคอยน์เล่น ๆ เพราะหวังว่าจะช่วยเพิ่มสินทรัพย์ Ethereum จำนวนมากของเธอ” จริงอยู่ที่นี่อาจเป็นแค่มุกตลกๆ แต่ก็ถือเป็นการประชาสัมพันธ์ให้กับเหรียญ ETH ดีๆ นี่เอง
    ในขณะนี้ ผู้ที่ภักดีต่อบิทคอยน์ยังไม่ถือว่า ETH เป็นคู่แข่ง สัดส่วนบิทคทอยน์ในตลาดมีถึง 65% เทียบกับ 8.4% ใน Ethereum แต่ก็อาจต้องนึกถึงช่วงกลางเดือนมิถุนายนปี 2017 ขณะที่เหรียญทั้งสองสกุลนี้เทียบขนานกันได้ที่ 38% ต่อ 31% จนอาจต้องถามคำถามว่า: ทำไมเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นอีกครั้งไม่ได้?

 

สำหรับบทวิเคราะห์ของสัปดาห์นี้ เราได้สรุปความเห็นของบรรดานักวิเคราะห์มากมาย รวมถึงคำคาดการณ์ที่วิเคราะห์จากพื้นฐานทางเทคนิคและสถิติกราฟต่างๆ โดยเราสามารถสรุปผลวิเคราะห์ได้ดังต่อไปนี้

  • EUR/USD อย่างที่เคยระบุไว้ในส่วนแรกของบทรีวิวของเรา ในสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน ราคาคู่นี้มีโอกาสสูงที่จะคงตัวอยู่ในช่องด้านข้างต่อไปที่ 1.0750-1.1000 อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการแพร่ระบาดรอบที่สองของไวรัส COVID-19 อาจนำภาวะมืดมนกลับสู่ตลาดอีกครั้ง มีแนวโน้มสูงที่ไม่น่าจะเกิดภาวะวิตกรอบใหม่ แต่ความสนใจในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างดอลลาร์สหรัฐอาจเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้ ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ (70%) ยังคงไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าราคาอาจจะตัดผ่านแนวรับที่ 1.0750 และปรับตัวลดลงไปยังระดับต่ำสุดของเดือนมีนาคมที่บริเวณ 1.0635 ส่วนนักวิเคราะห์เพียง 30% เท่านั้นที่คาดการณ์ว่าราคาจะปรับขึ้นไปยังโซน 1.1100-1.1240 ในระยะกลาง
    บรรดาเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การประกาศสถิติคำสั่งซื้อสินค้าคงทนในวันที่ 28 พฤษภาคม สถิติการว่างงาน ค่า GDP สหรัฐฯ รวมถึงในวันต่อมา วันที่ 29 พฤษภาคม สถิติจากตลาดผู้บริโภคในยูโรโซน  
  • GBP/USD แม้ว่ามีสถิติเศรษฐกิจมหภาคที่เป็นบวกบางส่วน สถานการณ์โดยรวมของเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรยังคงดูไม่สดใสเท่าใดนัก ปัจจัยนี้อาจกระตุ้นให้ธนาคารแห่งชาติอังกฤษปรับเพิ่มมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ที่ £100 พันล้านปอนด์และปรับอัตราดอกเบี้ยให้ติดลบ ปัจจัยเหล่านี้ยังคงส่งผลเป็นแรงกดดันต่อเงินปอนด์ โดยเฉพาะ นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารเฟดสหรัฐฯ ที่กล่าวแถลงว่า ธนาคารฝั่งสหรัฐฯ ไม่มีการพิจารณาการปรับอัตราดอกเบี้ยให้ติดลบกับเงินดอลลาร์
    ณ ตอนนี้ นักวิเคราะห์ 70% เชื่อว่าการปรับตัวของราคาในสัปดาห์ที่แล้วนั้นสิ้นสุดลงแล้ว และคาดว่าราคาจะปรับลดลงต่อไปยังระดับ 1.2075 และจากนั้นจะถึงแนวรับที่ 1.2000 ในกรณีที่ราคาตัดผ่านระดับสำคัญดังกล่าว ราคาจะวิ่งต่อไปยังระดับต่ำสุดของเดือนมีนาคมที่ 1.1640 และ 1.1400 ตามลำดับ
    ในส่วนออสซิลเลเตอร์ 85% และอินดิเคเตอร์เทรนด์ 100% ในกรอบ H4 และ D1 เข้าข้างกับฝั่งตลาดหมี ออสซิลเลเตอร์ 15% ให้สัญญาณว่าราคาอยู่ในโซน oversold ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญ 30% เห็นด้วย โดยมองว่าราคาน่าจะกลับสู่โซนตรงกลางในช่วงแรกในช่วง 1.2165-1.2650 และจากนั้นอาจจะขยับขึ้นไปยังกรอบด้านบน ในส่วนความเห็นที่ประนีประนอมมากขึ้นเป็นของการวิเคราะห์กราฟบนกรอบ D1 ที่ให้ภาพว่าราคาจะปรับขึ้นไปในช่วงแรกที่ 1.2350 จากนั้นจะปรับลดลงมายัง 1.1400 ภายในกลางเดือนมิถุนายน
  • USD/JPY กิจกรรมทางเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง (ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองในเอเชียและอันดับสามในโลกถัดจากสหรัฐฯ และจีน) ดังนั้น ระดับเงินเฟ้อในประเทศจึงลดลงและการเติบโตในภาคการผลิตชะลอตัวอย่างน้อยจนถึงต้นปี 2021 ธนาคารกลางญี่ปุ่นพยายามมาเป็นเวลานานที่จะกระตุ้นระดับเงินเฟ้อโดยการออกมาตรการกระตุ้นต่าง ๆ และรักษาระดับอัตราดอกเบี้ยในโซนติดลบ อย่างไรก็ตามก็ยังไม่ได้ผลอย่างชัดเจน และมาตรการเพิ่มเติมในทิศทางนี้จะยิ่งส่งผลกดดันต่อเงินเยนเพิ่มขึ้น ความต้องการถือเงินเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยนั้นอยู่ในขั้วตรงกันข้าม ซึ่งความต้องการนี้จะเพิ่มขึ้นเฉพาะเมื่อปรากฏเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองและเศรษฐกิจที่เข้มข้นขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และจีน แต่ปัจจัยนี้จะมีอิทธิพลต่อคู่รองของสกุลเงินเยนเท่านั้น เพราะนักลงทุนก็มองว่าดอลลาร์เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นเดียวกัน แถมยังเป็นสกุลเงินที่แข็งแกร่งมากกว่าเงินเยนอีกด้วย
    อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญ 65% คาดการณ์ว่าคู่ USD/JPY จะกลับสู่ราคาต่ำสุดของวันที่ 06 พฤษภาคมในโซน 106.00 ในตอนนี้ ระดับแนวรับมีดังนี้ 107.30, 106.80 และ 106.20 ในขณะที่มีนักวิเคราะห์ 35% ที่มองว่าราคาอาจปรับขึ้นต่อไป โดยมีเป้าหมายที่ 107.85, 108.00, 108.50 และ 109.25
  • คริปโตเคอเรนซี ในส่วนแรกเราจะพูดถึงคำทำนายระยะกลางและระยะยาวของกูรูชื่อดังในแวดวงคริปโต Bloomberg Agency อ้างอิงจากนักวิเคราะห์ นายไซมอน ปีเตอร์ส ว่า ภายใน 18 เดือนข้างหน้านี้ บิทคอยน์จะสามารถตัดทะลุระดับราคาเหนือ $20,000 เขามองว่าหากสหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ ยังไม่ปรับอัตราดอกเบี้ยให้ติดลบ การลงทุนในบิทคอยน์จะเริ่มเร่งตัวในอัตราเร็วสูง หลังจากนั้นระดับราคาที่ $20,000 ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ และยังมีโอกาสที่จะได้เห็น BTC/USD ใกล้บริเวณ 50,000 ด้วยเช่นกัน
    มุมมองที่ทะเยอทะยานมากกว่าเป็นของผู้ประกอบการและเจ้าของหนังสือขายดีที่สุดเรื่อง “Rich Dad, Poor Dad” โดย โรเบิร์ต คิโยซากิ เขามองว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ตั้งใจที่จะเทเงินหลายล้านล้านดอลลาร์เพื่อพยุงแผนเงินบำนาญจะเป็นสิ่งที่ฆ่าเศรษฐกิจประเทศ และจะส่งผลให้บทคอยน์ทะยานขึ้นไปที่ $75,000 ในเวลาสามปี
    หากนายคิโยซากะประเมินอนาคตของ BTC ไว้สามปี นักเทรดชื่อดังอย่าง โทน เวย์ส คาดการณ์บทวิเคราะห์ของเขาไว้แค่สามวัน เขากล่าวในไลฟ์สดบน ForkLog ว่า “บิทคอยน์อาจขยับขึ้นได้จริง ๆ แต่จะสูงแค่ไหน? คงถึงประมาณ $12,000” เขากล่าวต่อว่า “หากเราติดอยู่กับที่ในตอนนี้และเริ่มจะลดลงมายังระดับ $9,00 ผมว่าเราก็อาจจะตกลงมาต่ำกว่า $8,000 ได้” ตอนนี้เวลาได้ผ่านไปสามวันแล้ว และบิทคอยน์ยังคงติดอยู่กับที่บริเวณ $9,000 หากเป็นไปตามคำทำนายของนายเวย์ส เราก็ควรจะรอดูราคาทรุดตัวอีกครั้งใช่หรือไม่?
    หากเราพูดถึงสถานการณ์ในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ คะแนนโหวตของผู้เชี่ยวชาญค่อนข้างจะกระจายตัวอยู่ในช่วงเท่า ๆ กันที่บริเวณ $8,400-10,000 แต่หากเราเปลี่ยนไปดูคำทำนายระยะยาว มีนักวิเคราะห์ถึง 80% ที่มั่นใจว่าบิทคอยน์จะสามารถปักหลักอย่างมั่นคงเหนือ $10,000 ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน อย่างไรก็ดี แน่นอนว่ามีผู้ที่ไม่เห็นด้วย และออกมาเตือนไม่นานนี้เกี่ยวกับวันที่ “เลวร้าย” อย่าง 13 กุมภาพันธ์ และ 13 มีนาคม ที่ห่างกันเพียงหนึ่งเดือน และราคาบิทคอยน์ทรุดลงจาก $10,480 เหลือ $3,845 ทำให้นึกถึงความเป็นไปได้ที่ราคาบิทคอยน์จะทรุดตัวครั้งใหญ่ได้อีก

 

กลุ่มนักวิเคราะห์ NordFX

 

หมายเหตุ: เนื้อหาดังกล่าวไม่ควรยึดถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือเป็นคำปรึกษาในการซื้อขายในตลาดการเงิน โดยเนื้อหาข้างต้นเป็นไปเพียงเพื่อจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น การซื้อขายในตลาดการเงินมีความเสี่ยงและอาจทำให้เกิดการสูญเสียเงินฝากได้


« การวิเคราห์ตลาดและข่าว
รับการฝึก
มือใหม่ในตลาดใช่ไหม?ใช้ส่วน เริ่มฝึกฝน เริ่มฝึกฝน
ติดตามเรา (ในโชเซียลเน็ตเวิร์ค)